หนังสือแนะนำ “The Celestine Prophecy” สู่การเปลี่ยนผิวและชีวิตทุกมิติอย่างสิ้นเชิงในปี 2020

The Celestine Prophecy by James Redfield

#หนังสือแนะนำสำหรับการเปลี่ยนชีวิตทุกมิติอย่างสิ้นเชิงในปี2020
The Celestine Prophecy คัมภีร์ฟ้าทำนาย
อีกหนึ่งเล่มที่จะทลายรากสิวให้สิ้นซากได้อีกด้วย

บีมได้รับคำแนะนำจากครูเก๋ วรารักษ์ มาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วว่า ให้ลองอ่านเล่มนี้ดู บีมจะเข้าใจเส้นทางของครูเก๋และสิ่งที่ครูเก๋ทำชัดเจนขึ้น

ด้วยช่วงนั้น มีมายาคติที่บดบังชีวิตที่มีความสุข มีชีวิตอยู่ในความกลัว ความวิตก ความกังวล กับปัญหาชีวิตที่วิ่งเหมือนหนูปั่นจักรตลอดเวลา ทำให้ไม่ยอมไปซื้อมาอ่านเสียที เพราะรู้สึกลึก ๆ ว่า ไม่มีเวลาอ่านแน่เลย เพราะ งานก็เยอะ มีอะไรที่จะต้องทำเยอะอยู่แล้ว เล่มนึงก็หลายร้อย (ช่วงนั้นมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะคะ คิดลบ ทำลบ ไปซะหมด ปิดโอกาสตัวเองแบบเห็นๆ 555)

แต่เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นเดือนที่เราสลัดและทิ้งความกลัวไปแล้วพอประมาณ ทำให้มีอิสระภายในมากขึ้น มองเห็นสิ่งที่ใจเราอยากทำจริง ๆ มากขึ้น และใจก็อยากอ่านภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ก็ตัดสินใจซื้อเล่มนี้มาจาก Kinokuniya CentralWorld Bangkok โดยการสั่งซื้อบนร้านออนไลน์

ตั้งใจว่าจะอ่านวันละ 10 หน้า ให้พอซึมซับและให้เส้นประสาทสมองส่วนภาษาอังกฤษไม่หายไปไหน แต่อ่านแล้ว ก็เลย 10 หน้าทุกที เพราะมันสนุกมาก ๆ ค่ะ

เล่มนี้ เป็นเรื่องราวที่ผู้ชายคนหนึ่ง มีคำถามเกี่ยวกับ “วิวัฒนาการของมนุษย์” ว่าจะไปอย่างไรต่อ? ในเล่มนี้จะผูกเรื่องราวสไตล์ผจญภัย ให้เขาได้มีโอกาสพบ “ผู้คน เหตุการณ์” ที่นำไปสู่การไขคำตอบของเขา

สนุกมากกกกกก บอกเลย

มันมีหนังใน YouTube ด้วยนะคะ แต่มันแลดูเก่ามาก 555 และส่วนตัวชอบอ่านหนังสือมากกว่า เลยดูไม่จบ และรู้สึกว่าเราเชื่อมกับหนังสือได้ดีกว่าการดู

อ่านไป ก็เจอคำตอบของ “คำถามของชีวิตตัวเอง” ไปด้วยเรื่อย ๆ เสมือนเราเป็นตัวเอกนั่นล่ะค่ะ พระเอก คือ มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ กับคำถามสำคัญของชีวิตว่า “เราเกิดมาทำไม”? แต่อธิบายในมุมที่เป็นเรื่องราวให้เข้าใจได้ง่าย ผ่านรูปแบบนิยาย และ เป็นการอธิบายที่เชื่อมต่อกันให้เข้าใจง่ายมาก ๆ เป็นลำดับขั้นตอนในการแสวงหาคำตอบให้กับชีวิต โดยไม่มีมุมของศาสนาใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของ “พลังงาน” ล้วน ๆ อ้างอิงกับวิทยาศาสตร์ค่ะ

แม้ตัวละครจะมีหลวงพ่อ โบสถ์ และการพูดถึงพระเจ้า แต่บีมเห็นว่า ไม่มีการแฝงเรื่องศาสนาอะไรเลย เป็นการพูดถึง “ความจริงสูงสุดในอีกมุมมองหนึ่ง” ของผู้เขียน James Redfield ที่บีมว่าเขาตกผลึกได้ดีมาก ๆ และเรียบเรียงได้ดีสุด ๆ แถมเรื่องราวก็สนุกมาก ๆ ด้วย

ล่าสุด … 2 วันที่ผ่านมา บีมได้มีคำถามที่ต้องการคำตอบจากความจริงสูงสุดว่า จะทำอย่างไรให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น และ จะเลี้ยงลูกอย่างไรในแนวทางที่เหมาะและดีที่สุดสำหรับพวกเขา

บีมก็มาเจอคำตอบในเล่มนี้พอดี … ตรงเป๊ะกับที่ต้องการ คือ เรื่องของ Control Drama และ การ Clearing the Past ซึ่งหมายถึง ความพยายามในการควบคุมคนอื่น และ การเคลียร์อดีตให้หมด เพื่อให้เรามีการเติบโตภายในได้จริง ๆ

สิ่งที่บีม hilight เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำตอบนะคะ แต่เอามาให้ดูว่า ได้คำตอบจากที่ในเล่มนี้จริง ๆ ที่แสวงหามาทั้งชีวิตเกี่ยวกับเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวและการดูแลลูกว่าจะต้องทำอย่างไร ให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เป็น

คำตอบที่บีมได้รับ ก็คือ เราจะต้องเอาตัวเองออกจากวงจร Control Drama หรือ การพยายามควบคุมคนอื่น ที่เป็นไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในช่วงแรกของเรื่องราวนี้ จะกล่าวถึง มนุษย์ในปัจจุบันนี้ จะดูดพลังงานของผู้อื่นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะ ขาดพลังและความรักในระดับพลังงาน และเพราะไม่รู้จักวิธีเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานที่มีอยู่แล้วอย่างเหลือเฟือในธรรมชาติ และก็เป็นแบบนี้ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น

คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ที่เลี้ยงดูเรา มีความรักความเมตตาอยู่แล้วแน่นอนค่ะ แต่ในอีกส่วนหนึ่ง คาดว่ามากกว่า 90% ของประชากรโลกที่มีปัญหาชีวิต จะได้รับการถ่ายทอด “ความพยายามในการควบคุมคนอื่น” และ โปรแกรมชีวิตโดยไม่รู้ตัวตลอดมา ซึ่งเราต้องหารูปแบบของมันให้เจอ ต้องตระหนักรู้ ว่าเราพยายามจะควบคุมคนอื่นแบบไหนอยู่ ซึ่งจะมาจากรูปแบบที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ใช้กับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนเป็นเด็ก

มันจะมีทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ เย็นชา / ซักไซ้ สอบสวน / ข่มขู่ให้กลัว / สงสารฉันเถอะ

ทั้งหมดนี้ เป็นความพยายามที่จะควบคุมคนอื่น ที่ผลักดันอยู่ในระดับ “จิตใต้สำนึก” เพราะ เกิดจากการไม่ตระหนักถึงรูปแบบเหล่านี้ที่มีอยู่ และการขาดการเชื่อมต่อกับพลังงานธรรมชาติ

พ่อแม่ที่มักจะสอบสวน ซักไซ้ มองเห็นแต่สิ่งผิดในตัวลูก จะทำให้ลูกกลายเป็นคนที่ เงียบ ๆ ไม่พูด เหินห่าง เย็นชา

พ่อแม่ที่มักจะทำให้ลูกกลัว ขู่ จะทำให้ลูกกลายเป็นคนที่ชอบเรียกร้องให้คนสงสาร และ รู้สึกผิด หรือกลายเป็นคนที่ไปข่มขู่คนอื่นให้กลัวต่อไป

นั่นคือ ที่มาของปัญหามนุษย์บนโลกในปัจจุบัน

เมื่อบีมได้ทราบแบบนี้แล้ว ก็สำรวจตัวเองทันที ก็พบรูปแบบของมันในตัวเองที่เล่นอยู่ และ กลับไปย้อนมองอดีตว่า มันมาจากไหน และอย่างไร

เมื่อเห็นแล้ว ก็สามารถแยกตัวเองออกจากรูปแบบนี้ได้เลย มันไม่ใช่ของเรา มันเป็นของคุณพ่อคุณแม่ ของผู้ใหญ่ที่เลี้ยงเรา เราเป็นอิสระและบริสุทธิ์ มันไม่ใช่ของเราเลย แต่เรารับมาแบบไม่รู้ตัว

และบีมก็ไม่มีความโกรธหรือไม่พอใจที่เห็นอดีตแบบนั้น แต่กลับเข้าใจคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น และ รู้สึกว่าถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เราเชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติได้แล้ว เราจะสามารถช่วยท่านปลดล็อคจุดนี้ที่อาจติดค้างในใจท่านก็ได้ กลายเป็นความรู้สึกอีกแบบหนึ่งที่ดีมาก ๆ ค่ะ

และเราก็จะรู้ตัว และ จะไม่ทำกับลูกของเราอีก ถ้ามันมา เราก็จะห้ามไม่ให้มันมาเล่นในชีวิตเราได้อีก อยู่ที่การฝึกฝนการรู้ตัวเท่านั้นค่ะ ก็จะผ่านไปได้

เมื่อเราสละทิ้งความพยายามควบคุมคนอื่นแล้ว เราก็จะเติบโตภายในต่อไปได้ และสามารถเชื่อมต่อกับพลังงานธรรมชาติได้มากขึ้นอีก และเข้าใจโลกในแบบที่มันเป็นจริง ๆ ไม่ใช่ในมุมแคบ ๆ ที่เราเคยเข้าใจ ผ่านสายตาของการไม่ตัดสิน และมองเห็นความจริงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันเกิดกับบีมแล้วจริง ๆ

มันไม่ใช่อะไรที่ทำให้เราเป็นผู้วิเศษ แต่กลับรู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตัวมากกว่า รู้สึกชีวิตก็เรียบง่าย ธรรมดา สงบ มีความสุขอยู่แล้วในตัวเอง แค่กลับมาอยู่จุดนี้แค่นั้นเอง เมื่อเราเข้าใจความจริงสูงสุด เราจะกลับสู่สามัญเองค่ะ ไม่ใช่วิชาวิเศษเหนือใคร ๆ

การเดินทางภายใน เป็นเรื่องภายในของแต่ละคน บีมคงจะการันตีไม่ได้ว่า อ่านเล่มนี้แล้ว ทุกคนจะตกผลึกหรือได้รับอะไรเหมือนบีม แต่บีมเชื่อว่า มันจะเปลี่ยนมุมมองหรืออย่างน้อยก็ทำให้เกิดคำถามกับชีวิตที่จะนำไปสู่คำตอบสำคัญ ๆ สำหรับตัวคุณได้ค่ะ

และ…นี่คืออีกหนึ่งเนื้อหาที่บีมจะยกมาพูดถึงบ่อย ๆ ในปีหน้านะคะ เพราะมันส่งเสริมแนวทางการกำจัดสิวแบบถึงรากถึงโคนค่ะ ซึ่งบีมได้รับผลลัพธ์นั้นเรียบร้อยแล้วเมื่อได้อ่านและเข้าใจเล่มนี้เพิ่มเติมจากทุกอย่างที่ได้ทำมาในปีนี้

มีภาคภาษาไทยด้วยนะคะ จัดทำและจำหน่ายโดย OMG BOOKS ค่ะ ชื่อวา คัมภีร์ฟ้าทำนาย ที่ทุกคนที่สนใจแนวทางการพัฒนาตัวเองแบบ spiritual และอยากหายขาดจากสิวควรมีและอ่านให้เข้าใจจนตกผลึกจริง ๆ

ด้วยรัก
#ShiningBeam
#สิวซีเคร็ตมิติใหม่2020
#มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตกลับคืนม

* วิธีทำให้สิวหาย หาที่ไหนก็ได้ แต่สิวหายและชีวิตดีขึ้นทุกมิติด้วย มีให้ที่นี่ค่ะ *

วิธีสร้างพลังและความเชื่อในแนวทางรักษาสิวด้วยธรรมชาติสไตล์บีม

#บีมสร้างพลังและความเชื่อบนเส้นทางนี้แบบนี้
มันเริ่มจากช่วง 2 เดือนแรกของการรักษาสิวตัวเอง
ในอำเภอเล็ก ๆ ของจังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของบีม

พอดีเช้านี้ บีมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้อันลึกซึ้งที่ผุดขึ้นมาเกี่ยวกับความเข้าใจในสรรพสิ่งที่มากขึ้นกว่าเดิม

ประกอบกับบีมได้รับคำถามและได้ตอบคำถามในไลน์กลุ่มไปเมื่อวาน ที่บีมเล่าย้อนไปถึงวันวานที่เริ่มรักษาสิวตัวเองในช่วงปีแรก

บีมอยากจะแบ่งปันเรื่องนี้ เล่าย้อนไปว่า ในช่วงแรก ๆ นั้น บีมเองตัดสินใจคนเดียว และ เดินคนเดียวในการรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติที่ตั้งปณิธานไว้ว่า จะต้องหายขาดให้ได้ จะต้องไปแก้ที่ราก แก้ข้างใน มันอยู่ไหน จะไปทลายให้สิ้นซาก (วันนั้นคิดแบบนั้นจริง ๆ ล่ะค่ะ)

ในเมืองไทย ไม่มีข้อมูลเลย มีแต่พอกหน้าด้วยดินสอพอง มะนาว ขมิ้น ใช้ยา ฯลฯ ทุกอย่างที่เขาเขียนกันบนอินเตอร์เน็ต คือ ลองมาหมดแล้ว ไม่เวิร์คสักอย่าง รวมทั้งสวนลำไส้ด้วยกาแฟด้วย (เพราะตอนที่ทำนั้นทำไม่เป็น รู้สึกไม่เวิร์ค เลยเลิกไป)

คือ จริง ๆ แล้วพยายามมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมหาวิทยาลัย ซึ่งชีวจิตกำลังดังมาก และไปเจอหนังสือในห้องสมุดว่าด้วยการรักษาสิวด้วยแนวชีวจิตด้วย เจอบทความในนิตยสารด้วย ก็ลองทำแล้ว ไม่เห็นผลเลย มองจากตรงนี้ที่เราเข้าใจแล้ว เราก็เข้าใจตัวเองในวันนั้นว่า เราเข้าใจไม่ครบไง มันเลยไม่ได้ผล ไม่มีคนให้ปรึกษา ไม่มีคนนำทางด้วย ไม่มีเพื่อนสนใจรักษาแนวทางนี้เลย มีแต่คนไปหาหมอ ก็เลยหมดหวัง เลิกทำดีกว่า ก็ต้องใช้ยาต่อไป แต่ก็พยายามจะหลุดจากวงจรให้ได้ โดยไม่ต้องใช้ยามาตลอด

ต่อนะคะ … ข้อมูลในภาษาไทย ไม่มีเลย โชคดีที่มีทักษะการอ่านเขียนภาษาอังกฤษและการทักษะการค้นหาข้อมูลความรู้อยู่ในระดับใช้งานได้ดีมาก เลยไปค้นหาข้อมูลภาษาอังกฤษ ก็ไปเจอของต่างชาติ มี E-Book ให้เราฟรี ๆ ทุกวันนี้เหมือนยังมีอยู่ บีมเจออันนี้เล่มแรกค่ะ http://www.freeacnebook.com เข้าไปอ่านและทำเลย อ่านเฉพาะส่วนของเรื่องสิว (เพราะมันมีเรื่องเซลลูไลท์ด้วย) ซึ่งว่าด้วยการกินอาหารดิบ ๆ (แม่เจ้า … แปลกใหม่มาก แต่ก็ลองทำนะคะ)

บีมทดลองอยู่ 3 วัน เห็นผลชัดเจนมาก เพราะ สิวที่หน้าผากหายไป (สิวผดและอุดตัน) หน้าหายมันตอนเช้า คือ ผิวดีขึ้นมาก ๆ แค่ 3 วันเอง ตอนนั้นไม่ใช้ครีมอะไรเลย ใช้สบู่ก้อนเดียว แถมเลือกสกินแคร์ไม่เป็นอีก สมัยเมื่อก่อน 10 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีเยอะขนาดทุกวันนี้นะคะ ก็แบรนด์เดิม ๆ ที่เคยใช้มาหมดแล้ว เลยไม่ใช้ เพราะไม่ได้ผล และบีมตั้งใจว่าถ้าจะทดลองให้รู้ว่า การซ่อมนั้น มาจากภายในจริง ๆ จะต้องไม่ใช้ครีมรักษาสิวเลย ไม่งั้นจะไม่รู้ว่ามันมีกระบวนการอย่างไร ซ่อมจากภายในได้จริงไหม?

บีมตื่นเต้นกับแนวทางและผลลัพธ์มาก ก็เขียนแปลไว้ในบล็อก เป็นบทความแรกของบล็อกแรกที่บีมเขียนค่ะ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2009/08/12.html ชื่อว่า “กฎเหล็ก 12 ข้อสำหรับการบอกลาสิวอย่างถาวร” (ให้อ่านเป็นสิ่งอ้างอิง ไม่ได้ให้ทำตามนะคะ เพราะที่บีมตกผลึกแล้วสำหรับคนไทย ที่ใช้แล้วเวิร์ค ให้ศึกษาตามที่แนะนำไว้ในกลุ่มไลน์ห้องสมุดก็พอค่ะ)

ใครที่อยากรู้ว่า ช่วง 3 เดือนแรก บีมทำยังไงบ้าง หรือ ปีแรกบีมทำอะไรบ้าง ไปอ่านในบล็อกนี้ได้เลย คลิกไปดูที่คลังบทความเดือน สิงหาคมถึงตุลาคม 2552 นะคะ ก็จะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนเดินทางไปด้วย เพราะบีมในวันนั้น ก็พึ่งเริ่มต้น และเดินคนเดียวด้วย ไม่มีใครเห็นด้วยกับวิธีของบีม เพราะ ห่วงบีม เนื่องจากบีมผอมลงและกินแต่ผักผลไม้ ไม่กินอาหารปกติเหมือนคนอื่นเขา

บีมพลิกวิกฤติการไม่มีงานประจำทำ เป็นโอกาสในการฟื้นฟูสุขภาพกายและจิต ตามแนวทางที่บีมค้นพบ ซึ่งในภายหลัง ได้พบกับเคสของคุณ Seppo Puusa ผู้เขียนหนังสือ Clear for Life ซึ่งปัจจุบันเขาเปลี่ยนเป็น https://www.acneeinstein.com แทนค่ะ แต่บีมก็ได้ข้อมูลพื้นฐานที่ดีมาก ๆ ที่ทำให้เข้าใจเรื่องระบบภายในกับการเกิดสิว และเป็นแนวทางเบื้องต้นหลัก ๆ ที่บีมปฏิบัติและเผยแพร่ในช่วงแรก ๆ เลย และมีผู้อ่านหนังสือ ผู้ปฏิบัติตามแล้วหายจริง ๆ

ของคุณ Seppo จะเดินทางสายกลางมากกว่าของฉบับแรกที่อ่าน อันแรกนั้นสุดโต่งมาก ไปต่อไม่ไหว แต่รู้แล้วว่า เปลี่ยนอาหารจริงจัง หายได้จริง ๆ

ของคุณ Seppo จะเน้นการดูแลสุขภาพองค์รวมเพื่อแก้ปัญหาภาวะอักเสบเรื้อรัง น้ำตาลในเลือดแกว่ง เบาหวานชนิดที่ 2 ในคนที่มีปัญหาสิว ซึ่งอ่านแล้วเก็ตค่ะ เอามาทำแล้วเวิร์ค

สิ่งที่บีมทำตอนนั้น คือ ต้องดูแลให้ครบ อาหาร จิตใจ บีมตื่นเช้าทุกวัน ถ้าคุณยายยังไม่ตื่น บีมก็จะมาเล่นโยคะสไตล์ของบีมนั่นแหละ ไม่ได้ไปเรียนที่ไหน ทำง่ายๆ ท่าสุริยนมัสการ ก็รู้สึกดีมากกก สาย ๆ ก็ไปปั่นจักรยานเล่นที่ทุ่งนา ไปนั่งเล่นสักพัก อยู่กับธรรมชาติ สูดหายใจลึก ๆ ช้า ๆ รู้สึกสบายแล้วค่อยกลับบ้าน บางวันก็ออกไปวิ่งค่ะ

อาหาร ก็ปั่นน้ำผักผลไม้กิน กินเป็นอาหารหลัก เคยทดลองกินอาหารเจแล้ว แต่สิวขึ้น เพราะมันเป็นแป้งที่แปรรูป ไม่ใช่อาหารสดที่มีโครงสร้างที่ร่างกายย่อยได้ง่ายกว่า และก็ไปซื้อที่มัน ๆ มากิน พอกลับมากินผักผลไม้ปั่น สิวก็หายไปเอง เราก็เห็นแล้วว่า ผักผลไม้ปริมาณมาก ๆ ช่วยได้จริง

บีมก็อินมาก ยิ่งทำยิ่งดี ยิ่งหาย ไปค้นหาข้อมูลมาเพิ่มอีก ก็ไปเจอเรื่องการกินโอเมก้า 3 แก้การอักเสบ กินพร้อมนมหมักบัวหิมะ (kefir) จะช่วยเรื่องสิวฮอร์โมน ก็ทดลองค่ะ ก็หายจริงๆ นะ สิวแนวกรามคางนี่แหละ

แล้วก็เริ่มมาอ่านหนังสือของผู้เขียนชาวไทย ซึ่งโชคดีที่อำเภอนั้น มีร้านหนังสือซีเอ็ดอยู่ บีมก็ไปบ่อยมาก ไปดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจ ก็เจอของคุณหมอบุญชัย อิศราพิสิษฐ์ “พิชิตโรคร้ายโดยไม่ใช้ยา เล่ม 1 ปฏิวัติชีวิต ปฏิวัติสุขภาพ” ท่านรักษา 4 โรคร้ายของตัวเองจนหายใน 4 เดือน และชื่อหนังสือยังตรงกับชื่อบล็อกบีมเลย เลยถูกใจเป็นพิเศษ (ของบีมตั้งเองคือ ปฏิวัติความคิด พิชิตสิว) อ่านบทนำแล้ว ต้องซื้อกลับมาเลย เพราะมันคือเรื่องเดียวกันกับสิวเลย บีมก็เลยเกิดความเชื่อและทดลองทำตามที่ท่านแนะนำในหนังสือค่ะ แล้วสังเกต มันเป็นเรื่องเดียวกันจริง ๆ แต่คุณหมอมีเครื่องมือและข้อมูลครบองค์กว่า แม้จะไม่ได้พูดเรื่องสิว แต่ก็เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่า ธรรมชาติที่เราทำอยู่นี่แหละ ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแล้ว

ต่อมาก็พบหนังสือหมอเขียว ดร.ใจเพชร มีทรัพย์ “ความลับฟ้า ถอดรหัสสุขภาพ เล่ม 2” ว่าด้วยสมดุลร้อนเย็นและการรักษาดูแลที่จิตใจภายใน บีมก็ทดลองดู สรุปว่า เวิร์คอีก ก็ยิ่งเชื่อมั่นค่ะ

สรุปว่า ที่บีม “เชื่อมั่นและศรัทธา” ในธรรมชาติและแนวทางมาก ๆ เป็นเพราะ

  1. บีมตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า ทางที่เคยใช้รักษาสิวมาทั้งหมดนั้น ไม่เวิร์ค ไม่เอาแล้ว คือ #ตัดสินใจว่าไม่เอาแล้ว และมุ่งมั่นกับแนวทางธรรมชาติ บอกตัวเองเลยว่า “ถ้าภายใน 1 ปีที่ตั้งใจจริงกับแนวทางนี้ ไม่เวิร์ค จะยอมกลับไปกินยาทายาตลอดชีวิต” ขอให้ได้ทำก่อน ทำสุด ๆ ก่อน นั่นทำให้บีมไม่สั่นคลอนเวลามีคนทัก
  2. ข้อมูลที่หามาได้ทั้งหมด ได้ศึกษาให้เข้าใจ แล้วปฏิบัติจริงจัง แล้วสังเกตผลลัพธ์ มันก็ได้ผลจริง ๆ “เห็นประจักษ์กับตัวเอง” ไม่ได้มีใครมาบอกให้เชื่อ เชื่อเองจากผลการปฏิบัตินั้นเอง
  3. ไม่เคยหยุดศึกษา ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัย เมื่อสงสัย ก็ค้นหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ ๆ เพราะความสงสัยเป็นบ่อเกิดของการชะลอความสำเร็จ ความไม่ใส่พลังเต็มร้อย บีมต้องเคลียร์ตัวเองทุกคำถามถ้าไม่ชัวร์
  4. บีมบอกต่อเพื่อน ๆ ในเว็บบอร์ด และในบล็อก สมัยนั้นบีมยังไม่เล่นเฟสบุ๊คมากนัก แทบไม่ใช้เลย ใช้แต่อีเมล ก็มีคนเขียนมาเล่าบอกว่า เอาสิ่งที่เขียนไว้ไปใช้แล้ว เวิร์คจริง ๆ ทำให้บีมเชื่อมั่นมากขึ้น

    สรุปมีเพียงเท่านี้ค่ะ
    เป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแรงมาก
    เป็นพลังความเชื่อที่เกิดขึ้นในตัวเอง
    ที่ใครก็มาสั่นคลอนไม่ได้เลย

มีท้อบ้าง แต่ไม่เคยหยุดฝัน
ฝันที่จะมีผิวดี ๆ กลับคืนมา
ผิวก่อนเป็นสิว ผิวตอนเด็ก ๆ

บีมไม่เคยหยุด
ทำมาเรื่อย ๆ
ค้นหาวิธีและแนวทาง
ทลายรากสิวจากภายในมาเรื่อย ๆ

สุดท้าย ก็ค้นพบ …
และช่วยให้อีกหลายคน
ได้หลุดพ้นจากปัญหาสิวเช่นกัน

พลังที่ได้ช่วยให้คนหลุดพ้น
ก็เป็นอีกหนึ่งแรงที่เสริม
ให้บีมได้ค้นพบทางหลุดพ้นของตัวเอง
เพราะเราแบ่งปันค่ะ…
เราจึงได้กลับ โดยที่ไม่ต้องคาดหวังเลย
มันจะเจอเส้นทางที่ใช่ของมันเอง

ให้ = ได้เอง
ช่วยเท่าที่ช่วยได้ ด้วยใจบริสุทธิ์ ก็จะได้รับกลับมาโดยธรรมชาติเอง

แบ่งปัน…
เพื่อเป็นกำลังใจ
ให้กับทุก ๆ คนที่กำลังท้อในช่วงแรก ๆ
ให้เดินต่อไปนะคะ
บนเส้นทางและวิธีคิดที่ถูกต้อง

ถ้าจะรักษาสิวเฉย ๆ
มีข้อมูลให้เยอะค่ะปัจจุบันนี้

แต่ถ้าจะทลายรากสิว
และเปลี่ยนชีวิตไปด้วย
ที่นี่มีให้เต็มสตีม

ด้วยรัก
#ShiningBeam
#สิวซีเคร็ตมิติใหม่
#มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตคืนมา

กลุ่มไลน์ห้องสมุด สำหรับศึกษาข้อมูลที่บีมแนะนำล่าสุด และสอบถามถึงวิธีปฏิบัติเข้าร่วมที่ https://line.me/R/ti/g/UTDl6mgZqH

ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ จึงจะหายขาดจากสิว?

สืบเนื่องมาจากภาพประกอบข้อความที่ลงแฟนเพจ สิวซีเคร็ตมิติใหม่ ที่เขียนไว้ว่า ไม่สามารถบอกระยะเวลาที่สิวจะหายแน่นอนได้ เพราะ ต้องให้เวลาในการที่เซลล์ประมาณ 40 ล้านล้านเซลล์ปรับตัวสู่การมีสุขภาพที่ดีทุก ๆ เซลล์ อาจทำให้บางคนรู้สึกว่า “นี่จะต้องรอต่อไปอีกเหรอ เป็นมานานแล้วนะ ก็อยากจะหายเร็ว ๆ สักที” บีมจึงเขียนบทความนี้มาเพื่อขยายความต่อและตอบคำถามนี้ให้นะคะ เพื่อความกระจ่าง ชัดเจน และเพื่อการตัดสินใจของคุณเอง

ตามที่บีมเคยทำภาพอธิบายไว้อีกภาพหนึ่ง คือ ภาพนี้

บีมได้แบ่งระดับปัญหาสิวไว้เป็นระดับ ตามสาเหตุที่เป็น

ถ้าเป็นแค่ผิว ๆ คือ เหตุเกิดเพราะ แพ้ครีม ก็จะแก้ง่ายและหายเร็วที่สุด เพราะ เซลล์ที่เสียหาย มีเฉพาะเซลล์ผิวหน้าเท่านั้น พื้นที่ของความเสียหายมันน้อย เมื่อเราหยุดรบกวนด้วยตัวที่ทำให้แพ้หรือระคายเคือง ปัญหาก็จบ และนี่คือ ระดับที่บีมให้ความช่วยเหลือโดยแนะนำผลิตภัณฑ์กลุ่ม skincare ที่คัดสรรให้

ในระดับต่อมาก็คือ เป็นระดับของเซลล์ร่างกายที่เสียหาย ไม่เกี่ยวกับจิตใจ เพราะ ปกติแล้วก็เป็นคนที่จิตใจโปร่งโล่งสบายดี ไม่เครียดสะสม สุขภาพจิตดี ปัญหาก็อาจจะเกิดขึ้นที่ “วิถีการกินของเขา” แค่นั้น คนกลุ่มนี้ อาจจะกินอิ่ม นอนหลับดี แต่กินไม่ดี ก็ทำให้เซลล์ไขมันเพิ่มจำนวน พิษก็สะสมในเซลล์ไขมัน นาน ๆ เข้าร่างกายก็อักเสบจากไขมัน น้ำตาล เลือดหนืด ข้น หลอดเลือดอักเสบ ก็ขนอาหาร อากาศ น้ำ เข้าเซลล์ไม่ได้มาก จะเอาพิษออกก็ไม่ค่อยได้ เลยขังอยู่ในเซลล์ที่ต่างๆ แบบนั้น ก็ทำให้ป่วย ทำให้ผิวสุขภาพไม่ดี และ พอไขมันเยอะไป พิษก็สะสมมากขึ้น มันต้องหาทางระบาย ออกทางท่อน้ำดีไม่ได้ เพราะ ตีบลง ก็ต้องวนอยู่ในเลือด ในน้ำเหลือง และไประบายออกทางต่อมไขมันที่หน้า คอ อก หลัง รักแร้ ทำให้เป็นสิวและมีกลิ่นตัวแรงนั่นเอง

แต่ระดับที่เสียหายมากที่สุด คือ ระดับจิตใต้สำนึก ระบบประสาท และพลังชีวิต หรือ พลังลมปราณ นั่นเอง ซึ่งตัวบีมเองจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งถ้าระบบนี้พัง ก็คือกายที่จับต้องได้ก็ต้องพังแน่นอน เพราะ กายที่จับต้องได้ เป็นแค่สิ่งสะท้อน

พลังชีวิตนี้ ยังพอเพิ่มได้จากการนอนหลับ การทานสมุนไพรเพื่อให้เลือดลมหมุนเวียน หรือ บำรุงไต (ไต คือ แหล่งพลังชีวิต) จากผักผลไม้สดสะอาด หรือการได้อยู่กับคนที่พลังชีวิตเต็ม (จนล้นออกมา) หรืออยู่กับเด็ก ๆ ที่สุขภาพจิตดี

ระดับจิตใต้สำนึกนี้ เป็นการสะสมของ “ความทรงจำ” หรือ โปรแกรมที่เล่นอัตโนมัติที่เกิดจากการที่เราได้รับการโปรแกรมตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ถึงอายุ 7 ขวบ ที่เราจะได้รับมาเต็ม ๆ โดยไม่ได้คัดกรอง (เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะไม่คัดกรองอะไรเลยจนกระทั่ง 7 ขวบ) สำหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีความรักเต็มที่จากหัวใจบริสุทธิ์ ครอบครัวอบอุ่น และมีการพูด คิด ทำ แต่สิ่งที่ดี ๆ เสริมสร้างความมั่นใจ เคารพตัวเอง เคารพผู้อื่น มีสุขภาพแข็งแรง ก็จะมีโปรแกรมที่ดี เมื่อซอฟท์แวร์ดี ชีวิตที่แสดงออกภายนอกก็จะแข็งแรงตามไปด้วย รวมถึงเซลล์ที่มีสุขภาพดีด้วย เพราะได้มีการสั่งจากภายในแบบนั้นแล้วเรียบร้อย

ในทางกลับกัน หากเด็กขาดความรักและอบอุ่น อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการคิด พูด ทำ ที่ไม่ดี ด่า ว่า ให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ถูกเปรียบเทียบตลอดเวลา ในจิตใต้สำนึกก็จะจำค่าเหล่านี้ไว้ และส่งผลให้ชีวิตภายนอกเป็นแบบนั้นจริง ๆ รวมถึงสุขภาพที่ไม่ดีและพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ ที่จดจำมาทั้งหมดโดยไม่ได้คัดกรองด้วย

และอีกเหตุปัจจัยก็คือ ความเครียดและความเจ็บปวดชนิดฝังลึก ที่ฝังในก้านสมอง เพราะระบบการสั่นออกโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นถูกปิดเอาไว้ (อ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ได้ในบทความนี้นะคะ สรุปคอร์ส TRE ศาสตร์เพื่อการขจัดความเครียดชนิดฝังลึก ซึ่งระบบนี้ จะต้องแก้ที่ “ก้านสมอง” และ ระบบประสาทเท่านั้น จึงจะออกไปได้จริง ๆ และตัวบีมเองก็มีเหตุการณ์ที่เป็น “ความเครียดและความเจ็บปวดชนิดฝังลึก” เยอะมาก ๆ ซึ่งศาสตร์จิตใต้สำนึก การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพที่เคยทำมาทั้งหมดนั้น ไม่สามารถเอาตรงนี้ออกได้เลย จนกระทั่งมาทำ TRE ค่ะ ก็เป็นอิสระจากความเครียดและเจ็บปวดฝังลึกทั้งหมดเลย ซึ่งเป็น “ราก” ของสิวของบีมเลยค่ะ และด้วยความที่ป่วยระดับระบบประสาทและจิตหนักมาก เซลล์ย่อมเสียหายมาก ไตก็แย่ลงด้วย พลังชีวิตก็ตก ดังนั้น บีมก็เลือกทานสมุนไพร ดร.ทักษิณาร์ เพราะ เป็นตัวยาสมุนไพรที่ช่วยเรื่องฟื้นฟูไต และ รักษาเบาหวานและหลอดเลือดโดยตรง ซึ่งพอบีมศึกษาและเรียนรู้จากท่านแล้ว ก็รู้ว่า โดยหลักการแล้วช่วยเราและคนเป็นสิวได้แน่ ๆ ซึ่งพอทดลองผ่านไป 1 เดือนร่วมกับทำ TRE แล้ว ก็ได้ผลจริง ๆ ค่ะ เพราะ skincare และวิธีดูแลสุขภาพของบีมโดยปกติก็ได้ผลดีอยู่แล้วค่ะ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมของบีมจึงใช้เวลานานกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งผู้อ่านหนังสือสิวซีเคร็ต เช่น ดร.พู่กัน แฟน ๆ และลูกค้า จำนวนมาก ก็สิวหายขาดไปก่อนล่วงหน้าแล้ว…

ดังนั้น ที่บีมไล่เรียงมาให้นี้ จะให้ทุกท่านเข้าใจชัดเจนว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหาสิวของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตาม “สาเหตุ” ของการเกิดสิว ว่ามันจะอยู่ในระดับใดและคุณใช้กุญแจปลดล็อคถูกอันไหม

ของน้องบิ๊ว ไม่ต้องทำ TRE เขาก็หายแล้ว (น้องบิ๊วเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของบีม เป็นสิวหนักมากเหมือนกัน ใช้ยามาเหมือนกัน แต่สาเหตุต่างกัน บิ๊วเขาหายเพราะเขาล้างพิษลำไส้ ล้างพิษตับ กิน RESERVE ใช้ลูมิเนส บริจาคเลือด และก็หายยาวเลยจนถึงตอนนี้หน้าใสไม่เป็นสิวแล้วค่ะ ดูบันทึกของเขาได้ที่เพจนี้นะคะ Build’s Good Health Story

ของแฟน ๆ และลูกค้า ระยะเวลาที่แต่ละท่านใช้ก็แตกต่างกันไป ถ้าเราจะวัดเรื่อง “หายขาด” นะคะ

บางคนอายุน้อย เหตุของสิวไม่ได้หนักมาก เดือนเดียวก็หายแล้ว

บางคนอายุมาก เหตุของสิวก็หนักมาก เพราะกินยาและมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง (จริง ๆ แล้วปัญหาสุขภาพเป็นสาเหตุของสิวค่ะในคนอายุมากกว่า 20 ปี มีปัญหาสุขภาพ เลยแสดงออกมาเป็นสิวด้วย) และก็เลิกพฤติกรรมบางอย่างไม่ได้ ใช้เวลา 1-2 ปีก็มี

แต่ไม่ว่าจะหายขาดหรือไม่ สิ่งที่ทุกคนได้รับเหมือนกัน และบีมการันตีได้ว่า ทุกท่านที่เลือกเส้นทางเดียวกับที่บีมเดินนี้จะได้รับแน่นอนคือ ความสบายใจ ความรู้สึกดีและภาคภูมิใจในตัวเอง การรู้จักตัวเองที่เพิ่มขึ้น ความรักตัวเองที่เพิ่มขึ้น และสิวจะไม่สามารถทำให้เราเป็นทุกข์ได้อีกต่อไป เพราะเราเขาใจตัวเอง เข้าใจธรรมชาติของสิว และเรารู้ว่าจะทำอย่างไรให้มันหายค่ะ อยู่ที่จะฝึกตัวเองให้ทำได้มากหรือน้อยเท่านั้น หรือจะได้ทำเหตุที่ทำให้สิวหายหรือไม่เท่านั้นเอง คือ คุณจะรู้รอบ รู้ครบ และรู้ได้ด้วยตัวเองเรื่องสิวทั้งหมด พอเรารู้แล้ว เราก็จะหายกังวลไปเองค่ะ และใจที่สบายนั่นแหละ คือ เหตุปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้สิวหายได้จริง ๆ

ใจที่สบาย ไม่ทุกข์ และลงมือทำเหตุที่นำไปสู่ผลลัพธ์ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ โดยไม่ต้องไปคิดว่าจะได้หรือไม่ได้ เพราะมันได้แน่ ๆ ค่ะ

บีมได้ทำมาทุกทางแล้วเช่นเดียวกับทุกท่าน …

ไม่มีทางใดที่เป็นทางออกที่ยั่งยืนและทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้และมีพลังชีวิตกลับมาได้เหมือนเส้นทางที่บีมเลือกเดินนี้ค่ะ

ดังแท็กที่เขียนว่า “มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตกลับมา”

ข้อนี้จริงที่สุดค่ะ

สรุปส่งท้าย คือ ไม่มีใครสามารถบอกระยะเวลาที่แน่นอนได้ว่าสิวของคุณจะหายเมื่อไหร่ แม้จะกระทั่งบีม เพราะ ร่างกายแต่ละคนและวิถีชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย มีแต่คุณเท่านั้น ที่จะต้องหัดอ่านสัญญาณแห่งสมดุลหรือเสียสมดุลด้วยตัวเองค่ะ สุขภาพดีและผิวใส คือ สภาวะของสมดุล เป็นสภาวะที่เราจะรู้สึก “สบายที่สุด” ไม่มากไป ไม่น้อยไป สบายใจ สบายกาย และเมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่สบาย ก็คือ เสียสมดุล ก็ปรับเข้าสู่สมดุล มันก็จะดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ เองค่ะ คิดเสียว่าคือการวิ่งมาราธอนระยะไกลที่มีจุดหมายคือ สุขภาพดีจากภายใน จากราก จากแก่นจริง ๆ เป็นเราที่สบายใจที่สุดจริง ๆ ในทุก ๆ มิติของชีวิต

อย่าไปตั้งเป้าแค่สิวค่ะ มันเป็นแค่สิ่งสะท้อนภายในแค่นั้นเอง

ซึ่งตัวบีมเอง เมื่อเริ่มต้น ก็ตั้งเป้าอยากให้สิวหาย แต่…ต้องทะลวงแก่นให้สิ้นซาก ไม่เอาแค่ผิวใส แต่ภายในต้องทะลุทะลวง ไม่ให้เชื้อสิวมันอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป และในระหว่างทาง บีมก็ไม่ได้ผิวใสตลอดเวลา เพราะสิ่งกระทบชีวิตก็มาตลอดค่ะ เป็นปกติของชีวิตเรา และบางครั้งสิวก็กลับมาจนท้อ แต่บีมเชื่อมั่นว่า If there is a will, there will be a way ถ้าเรามีความตั้งใจ มันต้องเจอหนทางค่ะ บีมเชื่อแบบนั้นในทุกเรื่อง จึงทำให้บีมมีผลลัพธ์ชีวิตในวันนี้ค่ะ บีมไม่สนใจว่า จะใช้เวลาเท่าไหร่ บีมเพียงแค่เดินทางของตัวเองมาเรื่อย ๆ ตามที่ในใจเขาบอก และนี่ก็คือประโยคที่จะแบ่งปันให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่กำลังมีปัญหาสิวอยู่ทุกคนนะคะ

ให้ตั้งใจไปเลยว่า …

จะนานแค่ไหนก็ตาม ฉันจะตั้งใจล้างพิษภายใน ภายนอก

และปรับสมดุลชีวิตไปเรื่อย ๆ

ให้อยู่ในจุดที่ฉันรู้สึกสบายทั้งกายและใจได้จริง ๆ

เพราะฉันรู้และเชื่ออย่างมากว่า ในจุดนั้นเอง ฉันจะมีสุขภาพที่ดีและผิวที่ดีได้เอง

รายงานผลการฝึก TRE ในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

TRE คือ อีกเครื่องมือสำคัญของการ “ซ่อมร่าง” ของบีมค่ะ

TRE มีชื่อเต็มว่า Tension & Trauma Releasing Exercise หรือ การบริหารร่างกายเพื่อการขจัดความเครียดและความเจ็บปวดชนิดฝังลึก ซึ่งบีมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียดไว้ในบล็อกแล้ว สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ https://siwsecret.com/2019/11/10/tre-review-summary-freedomwithinwellness/ นะคะ

สำหรับโพสต์นี้ บีมต้องการแบ่งปันผลของการทำ TRE ครั้งล่าสุด ซึ่งหลังจากที่ได้เรียนจบคอร์ส TRE ที่เชียงใหม่วันที่ 2-3 พ.ย. 62 เราก็สามารถทำเองได้เลยค่ะ (ถ้าไม่มีความรู้ อย่าทำเองก่อน เพราะ มันมีสิ่งที่ต้องเข้าใจหลายอย่างก่อนทำ มันมีประสิทธิภาพสูงมากและละเอียดอ่อนมาก ๆ) โค้ชแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือห่างกันสัก 3-4 วัน ซึ่งบีมก็ทำมาตลอดหลังจบคอร์สค่ะ ก็พบว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะ ความเครียดจะสะสมและต้องเอาออกในช่วงประมาณ 3-4 วันนี่แหละ

คือ ทำ TRE 1 ครั้ง เราจะโล่ง ๆ ว่าง ๆ จากความเครียด พร้อมรับมือไปได้อีก 3-4 วันนั่นเองค่ะ มันจะทำให้ความเครียดและความเจ็บปวดฝังลึกในก้านสมองเก่า ๆ ถูกกำจัดออกไปโดยการกระตุ้นและเขย่าระบบประสาทของร่างกายที่ทำงานเองโดยอัตโนมัติ และ ความเครียดใหม่ก็ไม่สะสมด้วย ทำให้เรามีโอกาสปลอดจากโรคที่เกิดจากความเครียดสะสมได้มาก ๆ สำหรับบีมแล้ว มันคุ้มมากที่ได้เรียนรู้วิชานี้ค่ะ เพราะโรคภัยสมัยนี้ วงการแพทย์สรุปมาแล้วตรงกันว่า เกิดจาก “ความเครียด” เป็นหลัก

เมื่อบีมได้ทำมาเดือนกว่า ๆ ด้วยความเข้าใจ บีมก็พบว่า สุขภาพจิตและกายดีขึ้นมาก ๆ กลไกการกำจัดความเครียดตามธรรมชาติกลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง และรู้สึกมีความชัดเจนกับชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สิวแนวกรามคางหายไปด้วยค่ะ เพราะสิวแนวนี้ ก็เกิดจากความเครียดสะสมเช่นกันที่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนทั้งระบบและพิษที่ถูกปั๊มลงกระแสเลือดกว่า 50 ชนิดเมื่อเรามีความเครียดหลงเหลือในจิตและกาย นี่ก็เป็นการแก้จากต้นเหตุกันเลยค่ะ ซึ่งการออกกำลังกายโดยปกติจะไม่สามารถเอาความเครียดและความเจ็บปวดชนิดฝังลึกออกไปได้

ครั้งล่าสุดที่ทำ ก็บรรยายไว้แล้วตามภาพที่แนบมากับโพสต์รอบนี้ ซึ่งการที่เราอยู่ในสภาวะที่ปลอดความเครียด กายและใจกลับเข้าสู่สมดุลธรรมชาติที่เรียกว่า State of Balance คำตอบจากภายในของเราจะมาเองค่ะ โดยเราไม่ต้องคิดอะไรเลย คำตอบมันมาเองจริง ๆ และเป็นคำตอบที่มาจากตัวเราจริง ๆ จากปัญญาญาณภายในค่ะ ไม่ใช่คำตอบที่เราคิดแล้วมันอาจจะผิดพลาดก็ได้ เพราะปัจจุบันนี้ ความคิดส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ของเรา เป็นของที่เรารับมาจากภายนอกทั้งนั้น

และจากการ “สั่น” รอบนี้ ทำให้บีมได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นอีกสำหรับชีวิต ที่ผุดขึ้นมาเองว่า จริง ๆ แล้วมนุษย์เราต้องการ “อิสระ” ต่างหาก และเข้าใจว่า “เงิน” คือ สิ่งที่จะนำไปสู่อิสระ แต่จริง ๆ แล้ว … อิสระของเรามีอยู่กับเราอยู่แล้วตลอดเวลา เราเองนั่นแหละที่สร้างเหตุปัจจัยมากมายที่บอกตัวเองว่า ต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ ฉันถึงจะเป็นสุขและมีอิสระ เงินน่ะต้องมีอยู่แล้วเพื่อใช้แลกเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ แต่อิสระของใจต้องมาก่อน แล้วเงินจะไม่ทำลายจิตวิญญาณของเราค่ะ ใจที่เป็นอิสระต้องอยู่เหนือเงินให้ได้ แล้วจะค้นพบ “ความหมายของชีวิต” …

บีมเองก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน เป็นคนคิดเยอะ คิดมาก คิดทุกเรื่อง แต่สุดท้าย พอมีเครื่องมือซ่อมร่างมาช่วยแบบนี้ ก็ค้นพบว่า ร่างกายมนุษย์นี้มหัศจรรรย์มาก กายและจิตของเรารู้คำตอบหมดแล้ว แค่เราต้องหยุดคิดและปล่อยให้เขาทำงานตามธรรมชาติ … คำตอบที่ชัดเจนที่จะทำให้เราเข้มแข็งและเบิกบาน มันจะมาเอง …

TRE เป็นศาสตร์ใหม่สำหรับคนไทยค่ะ ที่อยากจะให้ทุกท่านลองเปิดใจศึกษาดู เพราะมันแก้ที่ต้นเหตุของโรคทางกายทางใจทุกอย่าง เมื่อทำร่วมกับโยคะหัวเราะแล้ว มันปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องไปเรียนอะไรเพิ่มที่ไหนอีกเลยค่ะ จบครบในนี้แล้ว เพราะบีมเองก็เรียนมาหมดแล้วเหมือนกัน ทำมาหมดแล้ว เพราะเครียดมากจากปัญหาส่วนตัวดังที่ทุกท่านน่าจะได้อ่านไปแล้วในบล็อกของบีมค่ะ เขียนละเอียดไว้สุด ๆ

วิธีไหนที่สอนในเมืองไทย บีมเรียนรู้มาหมดแล้ว อาจจะไม่ได้ไปครบทุกอาจารย์ แต่เรียนและเอามาทำเองทุกศาสตร์ที่ด้านการพัฒนาตัวเองและจิตวิทยาน่าจะเอ่ยถึงไว้ทั้งหมด รวมไปถึงไสยศาสตร์ด้วยค่ะ และการออกกำลังกายเราก็ทำมาแล้ว ปรับอาหาร ฯลฯ คือครบทุกสิ่งเกี่ยวกับการซ่อมชีวิต แต่…สำหรับบีมแล้ว TRE และโยคะหัวเราะ คือ จบ…จบจริง ๆ และเป็นอีกเหตุปัจจัยสำคัญของการเคลียร์กายและจิตสู่สภาวะผิวใสในตอนนี้ค่ะ

หากสนใจเกี่ยวกับ TRE สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในเว็บไซท์นี้นะคะ https://www.yourfreedomwithin.com/ และเพจเฟสบุ๊ค Freedom Within Wellness ตอนนี้ที่เมืองไทยและในเอเชียมีที่นี่ที่เดียว