คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณปิ๊ก เพชรบุรี

สภาวะก่อนรักษาแนวทางนี้เป็นอย่างไร?

ภาพจำที่จำได้ชัดคือ ทุกๆเช้าวันอาทิตย์ ต้องรีบไปให้ถึงคลินิกรักษาโรคผิวหนัง ให้เช้าที่สุด (ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 15 กม.) เพื่อจะได้เป็นคนแรกๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ไปทุกทีคนล้นคลินิกทุกที เป็นแบบนี้ราวๆ 4-5 ปี

วงจรชีวิตตอนนั้นทำงานจันทร์ –เสาร์ มีโอทีบางวัน วันอาทิตย์ตื่นแต่เช้า(เช้ากว่าทำงานอีก) หรือถ้าวันปกติเลิกงาน  5 โมงไปหาหมอกลับ 3-4 ทุ่ม ตอนนั้นไม่รู้สึกเหนื่อยนะคะ เพราะสิ่งที่เรากังวลที่สุดคือ  “สิวที่อยู่บนหน้า” คิดตลอดว่าทำยังไงให้สิวหาย รอยดำหาย โฟกัสแค่ตรงนั้น เราไม่เคยสนใจเรื่องความแข็งแรงของผิวหรือผิวอิ่มน้ำ  ไม่มีความรู้เรื่องผิวอะไรมากมาย คิดแค่ว่าผิวสวยคือไม่มีสิว ไม่มีรอย ตอนนั้นที่รักษาสิว รอยหายหน้าเกลี้ยงนะคะ แต่ตลอดเวลาที่รักษา กรดวิตามิน A ตัวหลักเลยค่ะ

รักษาจนวันนึงผิวแห้งกร้าน ดำ หมอง คล้ำ แบบไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็น ก็รักษาหมอเดิม หมอรักษาไปตามอาการ จนกระทั่งหมอบอกว่า “ถ้าเป็นหมอ หมอคงไปรักษาหมออื่นแล้ว” 

จนย้ายมาดูงานอีกที่ก็ยังวนเวียนเดิม ๆมันก้าวข้ามสภาวะนั้นไม่ได้ สิวยังเป็นๆหายๆ จนตอนนั้นเริ่มรู้สึกเหนื่อยหาหมอบ้าง ซื้อครีมเองบ้าง กลับสู่เบสิคไปที่พอกไข่ขาวบ้าง พอกโน่นนี่นั่นไม่ดีขึ้น  เพื่อนร่วมงานทักบ้าง ทำไมหน้าเป็นสิวอีกแล้ว หน้าปิ๊กอารมณ์ประมาณ 3 เดือนดี 4 สิวค่ะ วนไปแบบนี้ราวๆ เกือบ 4 ปี กว่าจะมาเจอครูบีม

ส่วนสภาพจิตใจ โชคดีที่มีความโดดเด่นในด้านสีผิวมาตั้งแต่เล็ก  โดนเพื่อนล้อตั้งแต่เด็กเลยค่ะ มันเลยพอมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง จะมีนิดนึงก็ตอนเค้าทัก ณ ตอนนั้น นอกนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ปิ๊กว่าหลักๆเลยสิ่งหนึ่งคือ เราต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองก่อน เอาจริงตอนนั้นคำทักคนรอบตัว มันไม่เท่ากะเราทำร้ายตัวเองด้วยการยืนเป็นพักๆหน้ากระจกแล้วมองหาสิวกะรอยดำหรอกค่ะ    

แต่เราไม่รู้สึกเบา สบายนะคะ ตอนนั้น เหมือนมันตึงๆหนักๆค่ะ คือลึกๆเราอยากหน้าใสอ่ะ เราะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ได้แค่นี้อ่ะ จะปลอบใจตัวเองแบบนี้ตลอด

“ปัญหาของปิ๊กตอนนั้นคิดว่าน่าจะเพราะเราโฟกัสสิว จนเราไม่มองอย่างอื่น เหมือนปิดทางอื่นๆอ่ะคะ ไม่ได้มองรอบๆ เราโฟกัสผิดจุด”

ทำอย่างไรบ้างตอนรักษาแนวทางธรรมชาติ?

เริ่มแรกคือปรับตามแนวทางครูบีมทุกอย่างเลยค่ะ กินผัก ผลไม้ปั่น ไม่ทานหวาน มัน เค็ม เบเกอรี่ ของทอด ผงชูรส  เนื้อสัตว์ นมวัว  เอาความร้อนออกจากร่างกาย ด้วยการดื่มน้ำวันละ 1.5 -2 ลิตร  ไล่ตามขั้นตอนมาเลยค่ะ

ตื่นเช้ามาดื่มน้ำทีอุณหภูมิห้อง ทานผัก ผลไม้ปั่น เลี่ยงอาหารต้องห้ามทั้งหมด ออกกำลังกาย กินระดมผลล้างลำไส้ ขับพิษ  นอนก่อนสี่ทุ่ม ทานโยเกิร์ตถั่วเหลือง ทานผักสดทุกมื้อ ทานสมุนไพรล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง นั่งสมาธิ เปลี่ยนวิธีคิด ฝึกหัวเราะ คือเคร่งมากๆๆตอนนั้น น้ำหนักแตะ 49 กก.ผอมมาก แต่ก็ปรับจนเข้าที่เข้าทาง จนตอนนี้ปกติ

สำคัญคือการสังเกตตัวเอง อย่างปิ๊กตอนนั้นก่อนจะรักษาแนวธรรมชาติรู้สึกว่าลมหายใจเราร้อน ตัวร้อน แต่เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไง แต่พอมาเจอแนวนี้ พอเราเริ่มรู้สึกว่าลมหายใจร้อนเราเอาของฤทธิ์เย็นเติม วันไหนรู้สึกขับถ่ายไม่คล่องเติมไฟเบอร์ เติมผัก ล้างสำไส้ คือต้องทำจนจับแนวทางโดยประมาณของตัวเองได้

ในส่วนของผิว ใช้ของครูบีมทั้งหมดค่ะ ชุดเบสิค ไม่ใช้อย่างอื่น ใช้แค่ไม่กี่อย่าง แต่ผิวแข็งแรงขึ้นมาก บางครั้งร่างกายจะมีขับพิษก็พอกด้วยโคลน ทำมาเรื่อยๆค่ะ

พบอุปสรรคอะไรบ้าง?

อุปสรรคหลักๆ ของแนวนี้คือ ใจเรา นี่แหละคะ

ด้วยความที่เห็นผลช้า ระยะเวลาในการรอนาน จนทำให้เราไขว้เขว้ว่า เฮ้ย!มันใช่เหรอ มันมาถูกทางเหรอ ไปเจออันนู้น บอกว่าหายใน 3 สัปดาห์  ชั้นทำแนวนี้มาจะปีแระสิวยังไม่หาย เอาไงดีว่ะ คิดแบบนี้วนเลยค่ะ  คนรอบตัวก็บอกว่านานไปนะ ยังไม่ได้ผลอีกเหรอ ลองตัวนี้มั้ย

อุปสรรคต่อมาคือ ความยุ่งยาก ความดูแปลกแยกจากกลุ่ม ที่เมื่อก่อนจะกินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ อันนี้ก็ไม่กิน อันนั้นก็กินไม่ได้  ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพค่อนข้างสูง

แก้ไขอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ก่อนที่เราจะมาเจอแนวนี้ เราใช้ชีวิตมาแบบไหน ทำร้ายร่างกายมายังไง   สิวมันคือผลที่แสดงให้เราเห็น เราต้องไปแก้ที่ราก รากตาย ผล ใบมันก็หล่น  พอเข้าใจแล้ว  แน่วแน่ค่ะ และมองภาพรวม เลิกโฟกัสสิว เราทำแล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง ร่างกายดีขึ้นมั้ย สุขภาพแข็งแรงขึ้นมั้ย ระบบขับถ่ายดีกว่าเมื่อก่อนมั้ย ลมหายใจ การนอนหลับ  คือมองบริบทก่อนเลยค่ะ  แล้วมันจะค่อยส่งออกมาข้างนอก  สิ่งที่ชัดมากสำหรับปิ๊กคือ ตั้งแต่ใช้แนวนี้ ไม่เคยเป็นหวัด ทั้งที่ในออฟฟิสเป็นกันทึกคน  ผิวหน้า เมื่อก่อนออกแดดแป๊บๆกลับเข้ามาหน้าหมองคล้ำกว่าจะกลับมาปกติต้องใช้เวลา  แต่ตอนนี้แทบจะไม่เป็นไร นอกจากเราตากนานจริงๆแต่ก็ฟื้นเร็ว

ส่วนอุปสรรคเรื่องความยุ่งยากและแปลกแยก เราแค่ไม่ตึงเกินเวลาเข้าสังคม เลือกกินในส่วนที่กินได้ ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราพกไปเอง แถมเผื่อเค้าด้วย เค้าไม่กินไม่เป็นไร เราเอากลับบ้านได้ ปิ๊กพกผักสดไปทานร้านข้าวเอง  พกผลไม้ พกของที่เราต้องใช้ แต่เราร่วมแจมกับเค้าได้ เค้านั่งปิ้ง ย่างหมูกระทะ เราพกผักไปกินกับหมูย่างแต่เลือกแค่ชิ้นเล็กๆให้หายอยาก น้ำจิ้มไม่ใส่ ไม่ปรุงรสเพิ่ม ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนตอนนี้ รอบตัวเลือกกินตามปิ๊กบ้างแล้วค่ะ คือเค้าเห็นว่ามันดี แต่อันไหนที่เค้าไม่ชอบเค้าไม่ตาม แต่เค้าไม่ได้รู้สึกแปลกแยก  ส่วนค่าใช้จ่าย แนะนำให้ปรับเลือกผักผลไม้ตามฤดูกาลค่ะ อันนี้ช่วยได้ ผักพื้นบ้านต่างๆ

สำคัญคือวิธีคิดของเราค่ะ มองความสุขของตัวเอง อันไหนไม่ดีข้ามไปบ้าง สิ่งที่ทำให้เราสุขจริงๆคือใจเรา  ยังไงก็ผ่านอุปสรรคไปได้ค่ะ

เริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่?

เริ่มเห็นผลทางด้านสุขภาพก่อน อันนี้ชัดสุด จากนั้นเรื่องสิวราวๆ1 ปี หลังทำแนวนี้ อย่างที่บอกค่ะ ปิ๊กกินกรดวิตามิน A เรื่อยมาตลอดระยะเวลาการเป็นสิวกว่ามันจะหมดนานมากๆๆๆๆ มีสิวลดลงแต่จุดหลักคือแก้ม มาเรื่อยๆตั้งแต่มีหัว จนอักเสบไม่มีหัว จนตอนนี้แค่อุดตันเล็กๆ

แต่ชัดสุดตอนทานสมุนไพรล้างลำไส้และระบบเลือดหนอง ทาน้ำมันดอกทานตะวัน อันนี้สิวอักเสบลดลงชัดเจนมาก ผิวดูแข็งแรงขึ้นมาก

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไร?

ผิวแข็งแรงขึ้น สิวน้อยลง สุขภาพกายและจิตของเราดีขึ้น ตัวเบา รับมือกับปัญหาได้ดี  มีสติ และมีความสุขกับสิ่งใกล้ๆตัว  สำคัญคือเรารู้สึกว่าเราอยากให้ความรู้สึกดีๆกับคนอื่น อยากให้สิ่งดีๆกะคนอื่น เราไม่โมโหง่ายๆเวลาเจอคนงี่เง่า เราจะมองมุมกลับ มองอีกมุม

จุดหลักที่ทำให้สิวหาย คืออะไร?

การล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง อันนี้ชัดและเราตั้งแต่ช่วงแรกของการทาน ประกอบกับตัวชุดเบสิค ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ตอนนี้สิวน้อยลงมากๆ แต่จะมีรอยดำอยู่ แต่ที่ชัดคือผิวดีขึ้นชัดเจนและดูแข็งแรงขึ้น

กับอีกเรื่องคือการเลิกโฟกัสสิว ปรับวิถีชีวิต เน้นกินผักสด ลดเนื้อสัตว์ และของต้องเลี่ยง ปรับจนเป็นนิสัยแล้วค่ะตอนนี้ ไม่นึกอยากกินของหวาน เบเกอรรี่นี่ไม่กินนานมากแล้ว เมื่อก่อนเดินตลาดสดจะได้ ไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด แหนม ได้พวกอาหารสำเร็จรูปพร้อมกินกลับมาเยอะแยะ แต่ตอนนี้เดินตลาดได้แค่ผักสดกะผลไม้บางอย่าง มันไม่มีอะไรที่เราอยากกินเลย ไม่นึกอยากกิน ตอนนี้ทำอาหารเองปรุงเอง

อยากให้กำลังใจรุ่นน้องอย่างไรบ้าง?

อยากบอกว่า พี่เป็นสิวมา 10 กว่าปี กินกรดวิตามิน A มาเกือบ 10 ปี ข้างในนี่หายใจออกมาร้อน  พี่รักษาแนวนี้มาแค่ 1 ปีกว่าๆชีวิตพี่เปลี่ยน ผิวดีขึ้น สุขภาพกายดีขึ้น  สุขภาพจิตดีขึ้น  มันคุ้มที่เราจะเปลี่ยน และมันดีกับเราไปตลอด มันยั่งยืน

เพิ่มอีกอย่างคือความตั้งใจ ถ้าตั้งใจมาแนวนี้อย่าเขวค่ะ มันจะมีอุปสรรคให้เราพิสูจน์ค่ะว่าเราผ่านได้มั้ย ถ้าผ่านได้นอกจากสิวหายเราได้เรียนรู้อีกหลายอย่าง ลองดูค่ะ อย่าเชื่อพี่

 “ด้วยรัก”                        

คุยกับปิ๊กได้ที่นี่นะคะ https://www.facebook.com/sujikac

                                                   

คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณนัน กทม.

สภาวะก่อนรักษาสิวแนวทางนี้
ก่อนจะมาแนวนี้นี่คือสิวเยอะมาก!!! คือจริงๆก็มีมาตลอดนะตั้งแต่เด็กเลย คือประถมนี่ก็จะมีแบบผดๆมาเรื่อยๆ พอมัธยมก็จะเริ่มเยอะขึ้นหน่อย ก็ไปหาหมอคลีนิค ไปก็ไม่หาย ไม่กินยานะคะ เน้นใช้แต่ยาทา พอไม่หายก็เลิกไป พอเข้ามหาลัยก็มี

จนพอเรียนจบถึงจริงจังกับการรักษามาก! ไปคลีนิคแบบจริงๆจังๆเลย แต่ไม่ทานยานะคะ เน้นยาทากับทำทรีทเม้นท์ หน้าคือดีค่ะ จนพอมาทำงานที่ต้องทำสลับ 2 อาทิตย์เช้า อีก 2 อาทิตย์ทำกลางคืน สักพักคุณสิวมากันแน่นเลยค่ะทีนี้!!! ที่หน้า แผ่นหลัง หน้าอก คือตรงไหนขึ้นได้คุณสิวขอจองพื้นที่เลยค่ะ หาหมอคลีนิคก็เอาไม่อยู่แล้วค่ะ ตอนนั้นคืองงมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนี่???

ที่นี้เลยลองเปลี่ยนแนวไปหาหมอแนว Homeopathy มั่ง ระหว่างนั่งรอหมอนี่แหละค่ะไปเจอหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับสิว ก็จะมีนักเขียนหลายๆคนมาเขียนเรื่องสิว เราก็ไปอ่านเจอของคุณบีมเข้าตอนนั้นก็จดชื่อบล็อคไว้ก่อน ก็พบคุณหมอไป คุณหมอบอกว่าสาเหตุที่คุณสิวมาบุกเยอะขนาดนี้เพราะเรานอนไม่เป็นเวลาร่างกายปรับตัวไม่ทัน แล้วยังไม่ได้ออกกำลังกายอีก แต่เราก็บอกหมอไปว่ามันก็คงเปลี่ยนไม่ได้อะค่ะ หมอก็บอกมันก็คงทรงๆไปแหละเราก็ตามนั้นอะค่ะ

จนพอเลิกทำแบบสลับกลางวันกลางคืนแล้ว แล้วทำตามที่หมอบอกคือออกกำลังกายให้เหงื่อออกอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ตอนนั้นเลือกไปเรียนโยคะค่ะ แล้วก็ทานยาของหมอเป็นยาน้ำใสๆนะค่ะแนว Homeopathy เค้านะค่ะ แล้วก็ทำทรีทเม้นท์ด้วยทีนี้สักพักคือหน้าคือดีค่ะ ระหว่างนี้เราก็ตามอ่านแนวทางของคุณบีมมาเรื่อยๆนะค่ะ พอหน้าเราดีละเราก็หยุดไปหาหมอละค่ะ สักพักมันก็ยังมีมาเรื่อยๆอะค่ะ ทีนี้เราก็ลองไม่หาละหมอ ตามดูคุณบีมมาสักพักละเค้ายังหายได้เราก็ต้องหายได้แบบไม่พึ่งหมอบ้างสิ!!!

ทำอะไรบ้างตอนรักษาแนวธรรมชาติ?
ตอนรักษาแนวทางนี้ก็จะเน้นเรื่องการกินอาหารมากขึ้นค่ะ จากคนที่ไม่ค่อยจะกินผักก็หันมาลองทำน้ำผักผลไม้ปั่นทานทุกเช้า ถ้าเลือกวัตถุดิบมาผสมในการปั่นดีๆนี่ก็อร่อยนะค่ะ อยากให้ทุกคนลองดูค่ะ ออกกำลังกายนี่ไปเจอโยคะแนวที่ชอบก็สนุกค่ะรักการออกกำลังกายไปเลย จากที่เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย กีฬานี่คือห่วยมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะไม่เคยเกินเกรด 2 เลยค่ะ ไม่ชอบกีฬาเอามากๆค่ะ! ยกเว้นว่ายน้ำคลองแถวบ้านปู่บ้านย่านี่ชอบมากค่ะ 555

พบอุปสรรคอะไรบ้าง แก้ยังไง?
อุปสรรคด่านแรกเลยคือเวลาค่ะ เพราะสมัยที่ยังทำงานนี่ก็ต้องมีทำโอที กลับบ้านดึก ก็ทำให้ต้องนอนดึกไปด้วย ตรงนี้คือแก้ไม่ได้ค่ะ ต้องทำใจค่ะ

อุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างคือนิสัยการกินค่ะ เป็นพวกสายแป้งค่ะ ชอบมากค่ะ ขนมปัง เบเกอรี่ ขนมหวานต่างๆนี่ คือแบบเห็นแล้วอดใจไม่ไหวตลอดๆ แก้ไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่ก็กินน้อยลงจากเมื่อก่อนมากนะค่ะ พอเริ่มรู้ว่ากินไปแล้วผลมันเป็นยังไงก็จะเริ่มๆเฟสตัวเองออกมา แบบไหนที่เคยกินแล้วรู้รสชาติแล้วก็จะเฉยๆค่ะ ไม่ได้อยากกินแล้ว แต่ถ้าอะไรแปลกใหม่มาถึงจะยั่วเราได้บ้างค่ะ 555

เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ต้องบอกก่อนนะค่ะว่าเป็นแนวปฏิบัติสายชิว คือเราปฏิบัติแนวนี้มาเรื่อยๆ ไม่ได้จริงจังเวอร์ ก็ยังมีนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา ขับถ่ายไม่ได้ทุกวัน ยังกินจั๊งฟู๊ดบ้าง ขนมหวานก็มา ก็เรื่อยเปื่อยอะค่ะ แต่น้ำปั่นกับโยคะนี่คือสม่ำเสมอมากค่ะเกือบทุกวัน เพราะชอบค่ะ คือทำอย่างนี้มา 4 ปี หน้าก็จะไม่ได้ดีเวอร์ ยังมีสิวบ้างนิดหน่อย แต่คือถ้าเทียบกับสมัยทำงานเป็นกะนี่คือมาไกลมากค่ะ!!!เราก็เลยพอใจแล้วละ

จุดเปลี่ยนจริงๆคือตอนท้องค่ะ เป็นคนที่แปลกนิดนึง ปกติคนท้องมักจะสิวขึ้นใช่ไหมค่ะ แต่เราพอท้องแล้วคุณสิวหายเกลี้ยงเลยค่ะ ทุกคนจะทักเกี่ยวกับผิวหน้าหมด คือหน้าเกลี้ยงผิวดีขึ้นแบบชัดเจนจนสังเกตได้ไงค่ะ แต่ช่วงท้องนี่บอกเลยว่าเน้นเรื่องการกินมาก!!! นอกจากน้ำผักผลไม้ปั่นแล้ว ยังกินสลัดผักอีก อาหารก็จะเน้นสิ่งดีๆมีประโยชน์ น้ำปั่นนี่ทานเช้าเย็นเลยนะค่ะ คาดว่าน่าจะจากตรงนี้ที่ทำให้หน้าเราดีชัดเจน ระบบขับถ่ายก็ดีไปด้วย ช่วงท้องนี่ถ่ายทุกวันจริงๆค่ะ เป็นเวลาด้วย ที่สำคัญไม่เครียดด้วยค่ะ เพราะตอนท้องนี่ทุกคนจะปฏิบัติกับคุณแบบสเปเชี่ยลนิดนึง 555

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ปัจจุบันคุณสิวเริ่มมาเยี่ยมเยียนบ้างแล้วค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเค้าหรอกนะค่ะ เพราะเราเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงกลับมาหาเราอีกครั้งค่ะ 555 เหตุเกิดจาก 3-4 ปีที่ผ่านมานี่เราไม่เคยได้นอนเป็นเวลาเลย กินข้าวก็ไม่เป็นเวลา คนที่มีลูกอ่อนจะเข้าใจดีค่ะ ออกกำลังกายนี่คือยากมากค่ะ พอจะเริ่มโยค่ะคุณลูกก็มาแย่งเสื่อแม่อีก! จบค่ะ!!! คุณสิวถึงได้เริ่มมาเยือนประมาณช่วงปลายปีที่แล้วอะค่ะ ถือว่าใช้เวลานานอยู่นะค่ะกว่าคุณสิวจะมาเยือนอีกครั้งนี่!!! 555 อาจเป็นเพราะเรื่องอาหารที่เราก็ยังทานเหมือนเดิมไงค่ะ ยังทานน้ำผักผลไม้ปั่นเกือบทุกเช้า ขนมถุงๆ น้ำอัดลม นี่คือเลิกกินไปตั้งแต่ตอนท้องแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้กินกันเลยทั้ง พ่อ แม่ ลูก เลยเป็นอานิสงส์ให้คุณสิวมาเยือนช้าหน่อย 😊

จุดหลักที่ทำให้สิวหายคืออะไร?
ต้องบอกเลยว่าสิวหายเพราะท้องจริงๆค่ะ อาจจะแปลกกว่าคนอื่นตรงนี้ แต่กว่าจะท้องเราก็ปฏิบัติสายนี้มาก่อนจนหน้าเราเริ่มดีขึ้นมากแล้วแค่ไม่ได้หายเกลี้ยงไงค่ะ เพราะเราเดินทางสายชิวอันไหนทำได้เราก็ทำ เอาที่สบายใจที่จะทำอะค่ะ ผลที่ได้ก็ตามสิ่งที่ทำแหละค่ะ 😊

อยากให้กำลังใจอะไรกับรุ่นน้อง
ถ้าเลือกจะมาทางนี้แล้วก็ขอให้ทำไปเถอค่ะ อันไหนทำได้ก็ทำค่ะ ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด แต่ถ้าใครเป็นสายฮาร์ดคอร์ก็ยินดีด้วยค่ะ คุณจะเห็นผลเร็วกว่าคนอื่นค่ะ แต่ถ้าไม่ไหวมาเดินทางสายชิวแบบเราได้นะค่ะ ค่อยๆเริ่มค่อยๆปรับไปค่ะ หาทางที่มันใช่สำหรับเรา ทางที่เราไม่ต้องฝืน ทำแบบสบายๆ ผลลัพธ์มันมาแน่นอนค่ะ แต่แค่อาจจะไม่ทันใจไงค่ะ แต่อย่าลืมนะค่ะว่ากว่าคุณสิวจะมาหาคุณนี่คุณผ่านอะไรมาบ้าง? คุณทำอะไรกับตัวคุณเองมาบ้าง? สะสมมาเท่าไหร่แล้ว? ลองนึกกันดูดีๆนะ มันต้องมีเหตุค่ะไม่งั้นคุณสิวเค้าไม่มาเยี่ยมเยียนกันหรอกค่ะ 555 กว่าเค้าจะมายังใช้เวลาจะให้เค้าไปก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันค่ะ เรานี่ไม่ได้เจอคุณสิวมา 3 ปี แต่สร้างเหตุที่จะทำให้พบกับคุณสิวไว้เยอะในที่สุดคุณเค้าก็กลับมาหาได้อีกเห็นไหมค่ะ! แต่อย่าไปซีเรียสค่ะ คุณเค้ามาได้เค้าก็กลับไปได้ค่ะ!!!
ช่วงที่มีสิวขับพิษก็อย่าไปโฟกัสกับคุณสิวเค้ามากค่ะ ใครมาทักก็ปล่อยผ่าน ทำเบลอ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปค่ะ เดี๋ยวพอเราหน้าดีขึ้นเค้าก็มาทักอีกแหละค่ะ 555

อยากให้ทุกคนลองดูคุณแม่เกด(คุณแม่ของคุณบีม)เป็นตัวอย่างนะค่ะ (ที่เพจ Long Do Ter – บีม) เมื่อก่อนคุณแม่ก็ผิวแย่มากนะค่ะแต่ทุกวันนี้ท่านผิวดีขึ้นเยอะมาก แล้วท่านวัยเกษียณแล้วนะค่ะผิวท่านยังฟื้นฟูได้ขนาดนี้ ทุกคนที่ได้มาอ่านบทความนี้คาดว่าคงไม่มีใครอายุมากกว่าท่านแน่นอน ยังไงผิวและระบบต่างๆในร่างกายย่อมฟื้นฟูได้เร็วกว่าท่านแน่นอนค่ะ ขอแค่เริ่มค่ะ อย่าท้อนะค่ะ ค่อยๆเปลี่ยนให้มันเป็นสิ่งที่คุณทำมันได้ทุกวันแบบไม่ต้องมาฝืน ไม่ต้องมาใช้คำว่าอดทนทำไป เพราะถ้าแบบนั้นมันมีวันที่ตะบะแตกแน่นอนค่ะ แต่ถ้าเราค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปแบบนี้มันยั่งยืนกว่าค่ะ แล้วก็รู้สึกดีกว่าด้วยค่ะ

อยากจะบอกว่าผลพวงของการเดินสายนี้คือตั้งแต่คลอดลูกมานี่ 3-4 ปีแล้ว อดหลับอดนอนแค่ไหนเราก็ไม่เคยป่วยเลยนะค่ะ ยกเว้นครั้งเดียวที่ลูกป่วยแล้วเราติดลูกมาค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ติดอีกแล้วนะค่ะ สุขภาพแข็งแรงมากค่ะถึงแม้จะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็เถอะ! เห็นไหมค่ะเดินทางสายนี้นอกจากจะบอกลาคุณสิวได้แล้ว ยังได้สุขภาพที่แข็งแรงเป็นของแถมด้วยนะค่ะ

อย่าลืมนะค่ะคุณสิวมาได้คุณสิวเค้าก็ไปได้นะค่ะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นสัจธรรมจริงๆค่ะ 😊

ถ้าพร้อมแล้วก็ลงมือทำกันเลยค๊าาาาาาา 😊

33 ข้อ ไขข้อข้องใจ “สิวเรื้อรัง” และทางออกจากสิวทุกประเภท (ตกผลึกจากประสบการณ์เรื่องสิว 20+ ปี)

ก่อนอื่น ลองมาเช็คกันดูนะคะว่า คุณกำลังมีปัญหา “สิวเรื้อรัง” หรือไม่ค่ะ?

  1. เป็นสิวที่เป็นมานานกว่า 6 เดือน เป็นได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิวระคายเคือง แดง อักเสบ สิวอักเสบ สิวหนอง หรือซีสต์ใหญ่ ๆ
  2. มาพร้อมกับปัญหาผิวที่ไม่สมดุล ส่วนใหญ่จะมันเกินไป และรูขุมขนกว้างขึ้น
  3. เป็นสิวที่อาจเรียกได้ว่า เป็นรูปแบบของ “สิวฮอร์โมน” ที่เข้าใจกันในปัจจุบัน
  4. ใช้ครีม ยารักษาสิว และการทำทรีทเมนต์จากคลินิกหรือสถานบริการความงามทุกรูปแบบแล้ว ได้ผลชั่วคราว เมื่อหยุดทำหรือเว้นช่วงไป สิวก็กลับมาอีกและอาจเป็นมากขึ้น
  5. เป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่สามารถอธิบายได้ เหมือนอยู่ดี ๆ ก็เป็น
  6. มักเป็นหลังจากมีปัญหาสุขภาพ ปัญหาความเครียด มาสักระยะใหญ่ ๆ ก่อน ส่งผลให้คนที่ไม่เคยเป็นสิวเป็นสิวชนิดนี้ได้เช่นกัน
  7. อาจเกิดจากการรับยาสเตียรอยด์รักษาบางโรค หรือใช้สเตียรอยด์ปริมาณมากเพื่อให้ส่งผลบางอย่าง ส่งผลให้คนไม่เคยเป็นสิว เป็นสิวสเตียรอยด์ได้
  8. หากทบทวนย้อนกลับไปแล้ว ก็จะมีพฤติกรรมการกินที่ผิดหลักสุขภาพ กินอาหารมีไขมันทรานส์ น้ำตาลขัดขาว น้ำตาลสูง อาหาร GI สูง อาหารสำเร็จรูป อาหารสังเคราะห์ อาหารแปรรูป ต่อเนื่องหลายปี ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์จัด สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืนเป็นประจำ หรืออยู่ในโซนที่มลภาวะเป็นพิษ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ควบคุมเรื่องสารพิษและความปลอดภัยในโรงงานและสิ่งแวดล้อม อยู่เมืองที่มีมลพิษสูง ทำงานเป็นกะ เดินทางบ่อย นอนเช้าตื่นเที่ยง มีปัญหาการเงิน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาอื่น ๆ แบบเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้จบเสียที เหล่านี้เป็นต้น

หากคำตอบของคุณ คือ “ใช่” แม้เพียงข้อเดียว
ก็ถือว่าเข้าข่าย “กำลังมีปัญหาสิวเรื้อรังแล้วค่ะ”

และหนทางหลุดออกจากปัญหานี้ อยู่ด้านล่างนี้แล้วค่ะ ยาวหน่อย แต่คุ้มที่จะใช้เวลากับมันและลองเปิดใจรับไปเป็นแนวทางทำแบบจริงจังดูสัก 3 เดือน จะพบความแตกต่างที่ชัดเจนแน่นอน

33 ข้อ ไขข้อข้องใจ “ปัญหาสิวเรื้อรัง” และ ทางออกจากเขาวงกตนี้ สรุปจากประสบการณ์เรื่องสิว 25 ปี

ตั้งแต่ที่บีมมีปัญหาสิว กลิ่นตัว ขี้หงุดหงิดโมโหง่ายตั้งแต่เด็ก (ประถม) และอยู่ในวังวนการเข้าออกคลินิก สถานเสริมความงามอยู่ตลอดช่วงเวลาวัยเรียนถึงวัยทำงานตอนต้น ก็ได้ตัดสินใจเด็ดขาด มาเริ่มศึกษาและทดลอง การรักษาสิว โดยเน้นที่การแก้ที่ระบบภายใน แก้ที่รากของสิว โดยมุ่งเป้าไปที่การ “หายขาด” ใช้หลักธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ฮอร์โมน เมื่อปี พ.ศ. 2552 จนในวันนี้ (20 ม.ค. 2563) บีม “ตกผลึก” ได้แบบนี้ค่ะ ขอให้อ่านและทำความเข้าใจให้ดี นี่คือ หนทางที่จะพาคุณออกจากวังวนจากปัญหาสิว “แบบถึงราก” ได้จริง ๆ 

  1. สิวของคนในยุคนี้ มีสาเหตุหลักมาจาก “การเสียสมดุลแบบร้อนเกินไป” และ “การมีขยะสะสมในกายและจิตมากเกินไป” ส่งผลให้มีออกซิเจนในตัวน้อย และ ภูมิต้านทานทางกายและใจต่ำลง
  2. การเสียสมดุลแบบร้อนเกินไป ถ้าเป็นในเด็กถึงวัยรุ่น จะเป็นสาเหตุเกี่ยวกับ “อาหารที่กินมาตั้งแต่เล็กจนถึงวัยรุ่น” ถ้าเป็นวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ จะเกิดจาก “ความเครียด” เป็นตัวหลัก
  3. ความเครียดเป็นการเพิ่มความร้อน เพิ่มพิษ ให้กับร่างกายโดยตรง และกดภูมิคุ้มกันให้ต่ำลง เกิดมาจากวิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่ผิดเพี้ยนจากการใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
  4. เมื่อถูกส่งเสริมด้วย การกินอาหารแนวตะวันตกในกลุ่ม fast food เน้นกลุ่มให้พลังงาน เช่น แป้งขัดขาว นมวัว น้ำตาล กรดไขมันโอเมก้า 6 และกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยไม่กินอาหารฤทธิ์เย็น เช่น กลุ่มผักผลไม้ปลอดสาร สมุนไพรฤทธิ์เย็น เลยหรือกินน้อยมาก ย่อมทำให้ความร้อนสะสมในเซลล์ร่างกายมากเกินไป 
  5. นอกจากภาวะร้อนเกินที่เกิดขึ้นแล้ว ในทาง “ชีวเคมี” อาหารกลุ่มนี้ ก็ทำให้เกิด “ภาวะอักเสบเรื้อรัง น้ำตาลในเลือดแกว่ง ภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันพอกตับ ลงพุง โรคอ้วน น้ำหนักเกิน เซลลูไลท์ ท้องผูก เลือดหนืดข้น ลำไส้รั่ว” อีกด้วย
  6. อาหารจะส่งผลต่อภาวะอารมณ์และบุคลิกภาพโดยตรง คนที่มีความร้อนสะสมในตัวมากเกินไป จะขี้หงุดหงิด โมโหง่าย ไม่ให้อภัย มองโลกในแง่ร้าย โกรธตัวเองและผู้อื่นตลอดเวลา เป็นภาวะอารมณ์ที่เพิ่มเติมความร้อนให้กายนี้เข้าไปอีก
  7. เมื่อ น้ำ ลม ไฟ ในตัว ส่งเสริมให้มี “ไฟ” มากไป คือ น้ำน้อย (ไม่ค่อยดื่มน้ำ) ลมเยอะ (เพราะเครียดและนอนไม่หลับเป็นเรื่องหลัก) และไฟเยอะมาก ก็จะสะท้อนให้เห็นทาง ดิน คือ กายเนื้อที่สัมผัสได้ และผิวหนังคืออวัยวะหนึ่งในธาตุดินนั้น
  8. คนที่ไม่ออกทางผิวหนัง ก็จะเป็นตุ่ม เป็นหนอง เป็นก้อนอยู่ภายใน คนที่ออกมาทางผิวหนัง ก็จะเป็นผดผื่น เป็นสิว เป็นซีสต์ แต่ละคนจะแสดงออกไม่เหมือนกัน แต่เหตุเป็นอย่างไร ผลเป็นเช่นนั้น ทุกคนมี “ไฟมากไป” ในตัวทั้งหมด จึงป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่เกิดจาก “ไฟเผา”
  9. ส่วนขยะที่รับมามากเกินไปนั้น มาจากหลายทาง นับทั้งขยะที่ตามองเห็นได้ กับ ขยะที่ตามองไม่เห็น เพราะเรามีกายเนื้อ และ กายละเอียด ซึ่งกายละเอียดนี่เอง หรือ วิญญาณของเรา หรือ พลังชีวิต ที่ทำให้เรายังคง “มีชีวิตอยู่” ถ้าสุขภาพเขาไม่ดี มีพลังดำมืดปนเปื้อน ปกคลุม และไม่เอาออก ก็จะแสดงออกมาทางกายเนื้อนี่เอง 
  10. เราไปเน้นการแก้ที่กายเนื้อกัน ซึ่งถ้าไม่เกี่ยวกับการแพ้ครีมหรือใช้ของที่ระคายเคืองผิวรุนแรงจริง ๆ ปัญหาโรคผิวหนังทุกโรคมาจาก “คุณภาพและความสะอาดของกายละเอียด” ไปแก้กันผิดที่ผิดทาง จึงไม่หายกันเสียที
  11. ขยะที่มองเห็นได้ สัมผัสได้ คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการ น้ำตาล อาหารปนเปื้อนสารเคมี มีของปรุงแต่งสูง อาหารปนเปื้อนพยาธิ แอลกอฮอล์ ไม่เป็นรสธรรมชาติ และเรากินหลายมื้อต่อวัน กินกันหลายอย่างต่อวัน และอาหารก็คือ ธาตุดิน ที่จะเข้าไปเป็นธาตุดิน คือ ผิวหนัง และอวัยวะน้อยใหญ่ของเรานี่เอง อาหาร = อวัยวะและผิวหนัง เป๊ะ ๆ ใส่อะไรเข้าไป ก็ได้ออกมาแบบนั้นเป๊ะ ๆ ไม่ผิดเพี้ยน 
  12. หลายคนมีคำถามว่า เพื่อนที่หน้าใส ก็กินแบบเรา ไม่เห็นจะเป็นเลย มันมีปัจจัยที่คุณยังมองไม่เห็นว่า เขาป่วยอะไรบ้าง ถ้าละเอียด ลองสังเกตดูว่า เขามีความป่วยในด้านอื่นไหม ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้รับฟังเรื่องราวเพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้มีปัญหาสิวของบีมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่า คนที่หน้าใสและไม่ดูแลอาหารจะมี 2 อย่าง คือ แสดงออกทางอื่น เช่น ขอบตาคล้ำ ผิวขาดน้ำแต่ยังไม่เป็นสิว ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มีลูกยาก มีพุงแม้ยังไม่เคยมีลูก หรือมีอาการป่วยอื่น ๆ ที่ไม่แสดงมาเป็นสิว และอีกกลุ่มคือ มาเป็นสิวช่วงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว คือ อายุ 25 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้มีเพิ่มขึ้น คือ ไม่ดูแลตัวเองเลย ชะล่าใจว่าผิวดี แล้วมาเป็นเอาตอนโต กลุ่มนี้จะมีโอกาสเป็นซึมเศร้าหนักกว่า เพราะ ไม่เคยเป็น และมาเป็นตอนที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งร่างกายเสียหายไปมากแล้ว ต้องใช้เวลานานกว่า และต้องมีวินัยสูงมาก ถ้าไม่เชื่อมั่นในหนทางธรรมชาติ และไม่เชื่อในตัวเองว่าจะหายได้ ก็จะอยู่ในวังวนสิวตลอดไปเพราะมีภาวะซึมเศร้ามาเพิ่มเติม ซึ่งภาวะนี้ คือ การบั่นทอนระบบภายใน เหมือนระเบิดเวลาที่รอระเบิดให้ตัวตาย 
  13. ดังนั้น ขอแนะนำว่า อย่าไปเปรียบเทียบกับใคร อย่าไปนึกน้อยใจ ให้สนใจตัวเราและลู่ของเรา เดินให้ดี มีพัฒนาการไปเรื่อย ๆ ทำให้ถูก ผลจะได้เอง เพราะการเปรียบเทียบและการไม่รักตัวเอง ไม่ให้กำลังใจตัวเอง คือ อารมณ์ทางลบที่บั่นทอนกายละเอียดและจิตวิญญาณ จะทำให้หายช้าไปอีก
  14. ส่วนขยะอื่น ๆ ก็คือ สารเคมีอันตราย สารเคมีระคายเคือง จากสิ่งที่เราใช้ทุกวัน คือ เครื่องสำอาง ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับแล้วว่า มันสามารถถูกดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง หรือของใช้ที่เราต้องได้รับเข้าไป เช่น น้ำยาล้างจานที่อาจตกค้างบนจาน เครื่องครัวที่หลุดร่อนปนเปื้อนมากับอาหาร หรือ เครื่องครัวที่ไม่มีคุณภาพ มีตะกั่ว (หม้อก๋วยเตี๋ยวคุณภาพต่ำ) น้ำปนเปื้อนสารเคมี น้ำปนเปื้อนเชื้อโรค ฝุ่น PM 2.5 สารเคมีที่่ฟุ้งในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าที่มีควันเสียลอยออกมา ควันท่อไอเสีย ฯลฯ ที่รับเข้าไปทุกวัน 
  15. ขยะที่มองเห็นได้ จะเข้าสู่กระแสเลือด และต้องไปที่ตับ เพื่อตับจะได้ทำหน้าที่คัดกรอง กำจัดพิษออก เหลือแต่สิ่งที่ดีและมีประโยชน์ไหลเวียนในกระแสเลือด แต่เมื่อตับป่วยจากพิษที่มีมากเกินไป เซลล์ตับเองก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งตับคืออวัยวะที่สำคัญที่สุดในการ กำจัดพิษ และ สังเคราะห์สิ่งที่ร่างกายต้องนำไปใช้ประโยชน์ ถ้าตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติแล้ว พิษจะแพร่กระจายไปในกระแสเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย และเลือดไปที่ไหน น้ำเหลืองอยู่ที่นั่น
  16. น้ำเหลือง คือ ของเหลวทั้งหมดที่ไม่ใช่เลือด และมีบทบาทสำคัญต่อ คุณภาพของผิวหนัง โดยตรง ถ้าเลือดมีพิษเยอะ น้ำเหลืองก็จะมีพิษเยอะ และถ้าเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันในน้ำเหลือง ไม่สามารถกำจัดพิษออกได้ ก็จะทำให้เกิดอาการทางผิวหนังในลักษณะต่าง ๆ 
  17. ดังนั้น สุดท้ายแล้ว ความร้อนและขยะจากเซลล์น้อยใหญ่ทั่วร่างกายที่มองเห็นได้ จะลอยละล่องในกระแสเลือด และ ถ่ายเทไปสู่น้ำเหลือง และ ทุกพื้นที่ของเซลล์ร่างกาย ก็จะได้รับพิษอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าภาวะ “อักเสบเรื้อรัง” ที่เหมือนทหารของร่างกายต้องต่อสู้และระแวดระวังตลอดเวลา ไม่ได้หยุดพัก ทำให้เหนื่อยเพลีย และในที่สุด สู้ไม่ไหว ก็จะสู้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งเซลล์ดี ๆ ก็จะโจมตี เพราะ ตาลายไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว อาจเป็นสาเหตุของการแพ้ง่ายหรือแพ้ตัวเองด้วย
  18. ยังไม่รวมขยะที่มาจากลำไส้โดยตรง จากการกินอาหารที่ร่างกายไม่เอา ไม่ขับถ่ายให้หมดได้ทุกวัน ท้องผูกต่อเนื่อง สุขภาพผนังลำไส้ไม่ดี จนเกิดรูรั่ว และความเครียดก็ทำให้ลำไส้แย่ได้เร็ว และรั่วได้เร็วขึ้นด้วย ภูมิคุ้มกันในลำไส้มีถึง 80% ของทั้งระบบร่างกาย ถ้าตรงนี้แย่ ผิวหนังก็จะได้รับผลโดยตรง 
  19. พอลำไส้รั่ว (leaky gut syndrome) ก็จะทำให้สิ่งที่อยู่ในลำไส้ออกไปสู่น้ำเลือด และ น้ำเหลือง อย่างมากมาย และยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันตก และ มีภาวะอักเสบเรื้อรังสูงขึ้น
  20. อักเสบตรงไหน ตรงนั้นก็จะมีความร้อน มีการสู้กันของร่างกายกับสิ่งแปลกปลอม เหมือนมีสมรภูมิรบภายในกายนี้ตลอดเวลา เป็นสงครามที่ยืดเยื้อ เพราะเซลล์ร่างกายไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยอาหารที่ดีเลย มีแต่อาหารเสริมเชื้อโรค ในที่สุด ก็ป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน อัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ อัมพาตย์ ภูมิแพ้ตัวเอง และแน่นอนว่า “สิววัยรุ่นสมัยนี้และวัยผู้ใหญ่” ก็จัดเป็นผลของเหตุที่ว่านั้นด้วย
  21. ถ้าอักเสบในหลอดเลือด หลอดเลือดจะแข็ง ตีบ เล็กลง ทำให้ส่งสารอาหาร ออกซิเจน น้ำ ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะไกล ๆ อย่างผิวหนังได้ยาก ทำให้พิษสะสมคั่งค้างอยู่ตามผิวหนัง ทำให้เป็นสิวเรื้อรังไม่หาย หรือ มีแผลสิวก็หายช้า หายยาก ยังไม่ทันหาย ขึ้นมาใหม่อีกแล้ว ถ้าอักเสบตรงไหน ตรงนั้นก็ป่วยและมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 
  22. และการกินน้ำตาล และ คาร์โบไฮเดรตที่มีค่า GI สูง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเบเกอรี่ จะทำให้มีน้ำตาลในเลือดมากเกินไป และ น้ำตาลกระโดดสูงทันทีหลังกิน ไปกระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินจำนวนมาก ๆ เพื่อมาเอาน้ำตาลจากเลือดเข้าไปใช้งานในเซลล์ เมื่ออินซูลินเพิ่มขึ้นมาก จะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนอีกหลายตัวเสียสมดุล ตัวที่เกี่ยวกับสิวและมีข้อมูลที่มีแพทย์และงานวิจัยในต่างประเทศอ้างถึง คือ IGF และ แอนโดรเจน ตัว IGF จะไปเพิ่มอัตราการสร้างเซลล์เพิ่ม ทำให้ผนังท่อรูขุมขนมีเซลล์ผลิตออกมามากไป ทำให้อุดตันรูขุมขนได้ง่าย แม้ไม่ใช้ครีมหรือเครื่องสำอางอะไร ก็อุดตันแล้ว และแอนโดรเจนก็ทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันมากเกินไป ผลคือ การอุดตันของเซลล์ผิวบวกกับน้ำมันที่มากเกินไปในรูขุมขน และน้ำมันเป็นอาหารของเชื้อสิว P.Acne อยู่ตรงนั้น เป็นเหมือนคอขวด ที่ถ้ามันออกไปไม่ได้ ก็จะขยายออกไปทางข้าง ทำให้น้ำมัน เชื้อโรค ออกไปเซลล์ด้านข้างรูขุมขน พอเม็ดเลือดขาวรู้ว่ามีเชื้อโรคตรงนั้น จะเรียกเพื่อนมาจัดการ เป็นสมรภูมิเล็ก ๆ หรือใหญ่ ๆ ตรงนั้น อยู่ที่ปริมาณเชื้อโรคที่นั่น ขยะในเลือดและน้ำเหลือง ถ้าเลือดและน้ำเหลืองสกปรก ก็หายช้าและเป็นนาน ถ้าเลือดและน้ำเหลืองสะอาด ก็จะหายเร็ว
  23. จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถ้าต้องการหายเร็ว ต้องโฟกัสการจัดการที่ “น้ำเลือด และ น้ำเหลือง” ให้เขาหมุนเวียนได้ดี ให้เขาสะอาด ให้เขาสมดุล เป็นเรื่องหลัก แล้วผิวก็จะดีตามคุณภาพของของเหลว คือ เลือดและน้ำเหลืองนั่นเอง
  24. สิ่งที่จะทำให้น้ำเหลืองและน้ำเลือดสะอาด ในระดับของคนที่เป็นมานาน เรื้อรัง และรุนแรง จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอาหารและวิธีกินอาหารให้ถูกต้อง และต้องมีการออกกำลังกายและนวดตัวไปพร้อม ๆ กัน เพื่อกระตุ้นให้น้ำเหลืองเดินได้ดี ยิ่งตัดสินใจเด็ดขาด จะเอาชนะกิเลสเรื่องอาหารได้เร็ว ก็จะยิ่งหายเร็วขึ้น
  25. อาหารที่ก่อสิวโดยสรุปจากเว็บไซท์ต่างประเทศที่เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ พูดไปทางเดียวกัน คือ อาหารที่มี GI สูง(คาร์โบไฮเดรตที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเบเกอรี่ ข้าวขาว แป้งขัดขาว ขนมปังขัดขาว เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องส่วนใหญ่) อาหารที่มีโอเมก้า 6 สูง (เช่นอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันคาโนล่า น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง) นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว เวย์โปรตีน อาหารผ่านกระบวนการและปรุงแต่งมาก ๆ อาหารที่มีความเป็นกรดสูง ถ้าตามหลักแพทย์แผนตะวันออก คือ อาหารที่มีฤทธิ์ร้อนสูง คือทานตามแนวตะวันตกสายอัดพลังงาน เช่น fast food ต่าง ๆ ไก่ทอด พิซซ่า โดนัท ฯลฯ รวมไปถึงการทานอาหารเสริม ที่จัดว่าเป็นอาหารฤทธิ์ร้อนมากเกินจำเป็น และการทานยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวินะ ยาโรแอคคิวเทน ยาต่าง ๆ ทั้งหมดด้วย
  26. อาหารที่จะช่วยให้สิวหาย หน้าใสได้เร็ว คือ คาร์โบไฮเดรตที่มีค่า GI ต่ำ อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง (ถ้าบ้านเราจะมีน้ำมันงาม้อน) มีใยอาหารสูง ผักผลไม้ 5 สี เน้นสีเหลืองส้มและสีเขียว ในรูปแบบสลัดราดน้ำมันสกัดเย็นที่สกัดจากพืช เช่น น้ำมันงาม้อน น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันถั่วดาวอินคา เป็นต้น) หรือนำมาปั่นหรือทำน้ำ infused water ก็จะช่วยได้เร็วมาก ๆ การทานน้ำมันดังกล่าวแบบสกัดเย็นแบบสด ๆ อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย อาหารที่มีคอลลาเจน เช่น น้ำซุปกระดูก ปลา เห็ด สาหร่าย ถั่วที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ถั่วเขียว และแนะนำให้งดไข่ไปก่อน เพราะ กินกันมาค่อนข้างเยอะตลอดชีวิต มีโอกาสแพ้ค่ะ แนะนำให้ทานแนววีแกน หรือ เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ มักจะมีฤทธิ์เย็นและมีค่า pH เป็นด่างอยู่แล้ว และไม่ผ่านกระบวนการ ซึ่งจะปรับเลือดให้เป็นด่างอ่อน ๆ ในภาวะนี้ ร่างกายจะแข็งแรงที่สุด ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีที่สุด และไม่เป็นสภาวะของการก่อมะเร็งเหมือนเลือดเป็นกรด ในมุมของสิว ก็จะหายเร็วมาก ๆ 
  27. นอกจากนี้ ก็ต้องล้างพิษลำไส้ใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็น บ่อเก็บของเสีย ให้เร็วที่สุด ซึ่งจากข้อมูลของคุณหมอเขียว ดร.ใจเพชร มีทรัพย์ ท่านกล่าวไว้ว่า เมื่อทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาด อุณหภูมิของร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สมดุลได้เร็ว (สมดุลร้อนเย็น) พิษในลำไส้ใหญ่ คือ ของเสียที่ตกค้างทั้งหมด ส่วนนี้คือบ่อของความร้อนและเชื้อโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดต่ำลงและแพร่กระจายได้ เหมือนถังขยะนี่เอง ถ้าไม่ดูแลให้สะอาด ก็เน่าเหม็นใช่ไหมคะ
  28. ส่วนการล้างพิษตับนั้น จริง ๆ แล้ว ถ้าเราได้ล้างพิษลำไส้แล้ว และ ปรับอาหารแล้ว พิษจะลดลงระดับหนึ่งอยู่แล้ว ทำให้ตับแบกภาระในการกำจัดพิษน้อยลง เมื่อได้ทานผักผลไม้สดที่มีเอ็นไซม์และสารอาหารมาก ๆ ตับจะสามารถฟื้นฟูได้เอง และควรทานชาหรืออาหารที่มีสรรพคุณล้างไขมันในร่างกายและหลอดเลือด ก็จะช่วยให้ไขมันโดยรวมลดลง ตับก็จะรู้สึกโล่งขึ้น มีเวลาได้พักมากขึ้น ถ้าได้นอนเร็วก่อน 4 ทุ่ม และหลับสนิทถึงเช้า ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้อยู่แล้วโดยธรรมชาติ ดังนั้น ถามว่าจำเป็นต้องล้างพิษตับไหม ให้เป็นไปตามความเข้าใจส่วนบุคคล เพราะ ในส่วนของการแพทย์สายทางเลือก ก็จะมีวิธีการล้างไขมันและนิ่วจากตับ ซึ่งที่บีมเคยทดลอง ก็รู้สึกดีกับวิธีนั้นเช่นกัน เพียงแต่ว่า ค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูง และถ้ายังใช้ชีวิตเครียดเหมือนเดิม ทานอาหารเหมือนเดิม ปรับชีวิตไม่ได้ มันก็จะกลับมาได้อีก (ไขมันและนิ่วในตับและถุงน้ำดี) ดังนั้น ถ้าจะล้างจริง ๆ ก็ให้คิดก่อนว่า จะเปลี่ยนตัวเองแล้วจริง ๆ นะ เงินที่ลงไปจะได้ไม่สูญเปล่า
  29. ส่วนที่สำคัญมากอีกส่วน คือ การออกกำลังกาย หลายคนมีประสบการณ์ คือ ออกกำลังแบบสร้างกล้ามเนื้อหนัก ๆ ฝึกหนัก ฝึกเครียด วิ่งเยอะ ดื่มน้ำน้อย หรือการออกกำลังกายที่มีการเผาผลาญสูง และเครียด กลุ่มนี้อาจยิ่งมีสิวขึ้น เพราะ ร่างกายร้อนเกินไป ควรต้องหันมาเล่นโยคะหรือว่ายน้ำ (สระน้ำเกลือ) แทน ที่จะช่วยปรับสมดุลตรงนี้ได้ดีกว่าค่ะ ร่างกายจะเย็น ไม่ร้อน (ไม่แนะนำโยคะร้อนก่อนนะคะ แม้คุณจะอยากลดน้ำหนักก็ตาม) การเล่นฮูล่าฮูปก็ทำให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ง่ายและเร็วตอนเช้า คือ พยายามทำให้ง่าย ให้สุข จะเต้นก็ได้ อย่าไปเล่นกีฬาตามกระแสที่ไม่เป็นตัวเอง เล่นแบบเครียด เอาที่ตัวเองสบายใจและมีความสุข สำคัญที่สุด และจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายมากที่สุดค่ะ
  30. และตามที่บีมบอกก็คือ ส่วนที่มองไม่เห็น คือ วิญญาณ พลังชีวิต กายละเอียด นี้ คือ รากของโรคที่แท้จริง ต้องแก้ในส่วนนี้ด้วย โดยต้องมองชีวิตอย่างเป็นองค์รวมว่า ขณะนี้เรากำลังมีปัญหาอะไรที่ค้างคาที่ยังทำให้ชีวิตไม่มีความสุขได้จริง ๆ ไหม เรากำลังรู้สึกหมดพลังและอ่อนเพลียกับชีวิตที่ต้องต่อสู้ทุกวันไหม? หัวเราะได้อยู่ไหม มีความสุขได้อยู่ไหม ถ้าไม่ได้ มันต้องไปแก้ ไปดูว่า อะไรที่เรายังไม่ได้แก้ เรายังโกรธ ยังเกลียดใครไหม เรายังติดค้างอะไรใครไหม เราต้องกล้าเผชิญหน้า และค่อย ๆ แก้ปัญหาด้วยความรัก ด้วยความอดทน เข้าใจ ให้อภัย พอมันหลุดไปทีละเปลาะ ๆ ใจจะสบายขึ้นเอง ความเครียดจะลดลงเองตามระดับที่เราแก้ปัญหาได้ 
  31. สำหรับบีมเอง ได้เรียนรู้เครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาในส่วน “จิต” คือ การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติให้มากขึ้น ใช้ชีวิตให้ช้าลง ถอยห่างจากเทคโนโลยีและโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น การใช้ชีวิตตามแนวทาง Minimalism (ให้ชีวิตเหลือแต่สิ่งจำเป็น) การหัวเราะอย่างไร้เงื่อนไข โดยศาสตร์โยคะหัวเราะ (ทางลัดในการเพิ่มออกซิเจน กำจัดสารพิษจากความเครียด การดีท็อกซ์จิตใต้สำนึก การนวดอวัยวะภายใน และ การเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดลม) TRE (การขจัดความเครียดและความเจ็บปวดชนิดฝังลึก) การทบทวนและศึกษาคำสอนด้านจิตวิญญาณที่ตรงกับจริตของเรา ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นการแก้ในส่วนที่เป็น “รากสิว” จริง ๆ เป็นส่วนที่มองไม่เห็นแต่เป็นรากฐานของการดำรงอยู่ของเรา ส่งผลต่อสิ่งที่มองเห็นคือ กายและชีวิตของเรานั่นเอง
  32. ในส่วนของผิวหนัง เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมน้ำ กักเก็บความชุ่มชื้นในผิวให้ยาวนาน ช่วยให้ผิวเย็นลง ไม่อุดตัน ล้างพิษผิวและกำจัดเซลล์ตายออกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติในการกำจัดเชื้อสิว ซึ่งจะอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าการใช้ยาและเคมี อาจจะช้าแต่ปลอดภัยกว่า ทั้งนี้จะช้าหรือเร็ว ก็อยู่ที่เลือดและน้ำเหลืองเป็นหลักค่ะ ถ้าเราทำข้างในได้ดี ข้างนอกรักษาตามอาการไป เดี๋ยวก็หายเอง ซึ่งเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่บีมคัดมาให้แล้วที่ร้านสิวซีเคร็ตก็เพียงพอแล้วสำหรับการแก้ปัญหาผิวและสิวเรื้อรัง
  33. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผิวและสุขภาพ ต้องมีความรู้ในการอ่านส่วนผสมประมาณหนึ่ง จึงจะเลือกได้ถูกต้อง ซึ่งฉลากเครื่องสำอางในเมืองไทย สามารถทำให้เข้าใจผิดได้สูง กลุ่มที่เคลมว่าเหมาะกับผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ออร์แกนิคและธรรมชาติ ถ้าผลิตในไทยส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมที่อาจระคายเคืองได้บางส่วน แม้จะน้อย แต่ถ้าไม่มีเลยจะดีกว่า เช่น SLS, SLES และบางแบรนด์ก็ยังมี paraben อยู่ แต่ถ้าผลิตจากเมืองนอกแล้วนำเข้ามา ส่วนใหญ่แล้ว จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความเป็นธรรมชาติและออร์แกนิค แต่ก็ไม่ได้แปลว่า จะเหมาะกับเราเสมอไป สุดท้ายเราก็ต้องดูที่ผลลัพธ์ค่ะ ถ้าเราโอเคกับผลลัพธ์ก็คือผ่าน ใช้ระยะยาวแล้วมีความสุขดี ก็ถือว่าผ่าน ประมาณนี้ 

สุดท้ายนี้ ขอสรุปว่า การแก้ปัญหาสิวนั้นต้องทำไปพร้อม ๆ กันทั้งภาคที่มองเห็นและมองไม่เห็นแบบองค์รวม และการใช้ครีมหรือกินอาหาร เพียงไม่กี่อย่าง และจะหวังผลให้สิวหายไปทั้งหมด เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากในหลายคน โดยทั้งสองส่วนมีความสัมพันธ์เป็นเนื้อเดียวกันอย่างแนบแน่น เมื่อคุณปลดปล่อยความเครียดออกจากร่างกาย คือ การหัวเราะ การใช้ TRE กำจัดออก รวมไปถึงการออกกำลังกายที่รู้สึกสนุก เบาสบาย ไม่เครียด การได้นวดร่างกาย นวดตัว การได้อยู่กับธรรมชาติ การได้แสดงออก ปลดปล่อยด้วยวิธีต่าง ๆ จะทำให้จิตเบาขึ้น สบายขึ้น เมื่อจิตหรือวิญญาณเบาขึ้น ระบบฮอร์โมนจะปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตจะเริ่มไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ระบบต่าง ๆ จะแข็งแรง และ กำจัดสิ่งแปลกปลอมและของเสียตกค้างได้รวดเร็วขึ้น และเมื่อเติมแต่สิ่งที่ดีเข้าไปทดแทน ไม่ว่าจะเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข การให้อภัยตัวเองและผู้อื่น อาหารที่สดสะอาด ไม่ผ่านกระบวนการและการปรุงแต่งที่หลากหลาย น้ำดื่มที่สะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ใช้สมุนไพรและอาหารที่ช่วยล้างพิษ ล้างไขมัน นอนหลับให้เร็ว เล่นโยคะ เดินบนหญ้า อยู่กับธรรมชาติ ฝึกหายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ ทำทุกวันให้มีความหมาย อยู่กับตรงนี้ ชื่นชมกับความงามของสิ่งต่าง ๆ เห็นแต่สิ่งดี ๆ และขอบคุณชีวิตและสิ่งที่ได้รับทุกวัน พอเราทำจนเป็นนิสัย ผิวก็จะดีขึ้นเองตามเหตุปัจจัยที่ใส่ลงไปค่ะ เมื่อวิญญาณสะอาด กายสะอาด สิ่งแวดล้อมสะอาด ผิวที่สดใสสะอาดจะไปไหนเสีย ใช่ไหมคะ?

ถ้าทำเหตุได้ครบถ้วน ก็จะได้ผลคือ ผิวใส หน้าใส สุขภาพดี ตามที่ปรารถนาแน่นอน

สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ เรื่องการดื่มน้ำ ทานอาหาร และการกำจัดความเครียด ที่จะต้องพยายามจัดการให้ได้ เพราะ 3 ปัจจัยนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากและเร็วที่สุด คือ การดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด ทั้งน้ำอุ่นและน้ำอุณหภูมิห้อง (หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นและเครื่องดื่มอื่นนอกจากน้ำเปล่าในระหว่างรักษาสิวจะช่วยได้มากกว่า) เปลี่ยนอาหารที่กินทุกวันให้ได้ ให้เป็นอาหารที่สด สะอาด ไม่ปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด ไม่ผ่านกระบวนการ และดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ถ้าได้ดื่มถั่วปั่นด้วยก็จะดี เพราะ มันจะไปเป็นอวัยวะและผิวโดยตรง เป็นสิ่งที่ล้างพิษและฟื้นฟูเซลล์ได้โดยตรง และการหัวเราะแบบไร้เงื่อนไข คือ เครื่องมือที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด ที่จะช่วยให้กายและจิตวิญญาณสะอาดสดใสสมดุลได้เร็วมาก

มาถึงตรงนี้…หากคุณรู้สึกสนใจและพร้อมที่จะ “ปฏิวัติชีวิต พิชิตสิว” แล้ว บีมแนะนำดังนี้นะคะ

  1. หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อยเพื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้น สามารถเข้ากลุ่ม OpenChat คลังข้อมูลและอัพเดทสิวซีเคร็ต ในไลน์และคลิกดูในโน้ตของกลุ่มได้เลยค่ะ จะมีคลังข้อมูลอัพเดทล่าสุดจัดไว้ให้ ข้อมูลปัจจุบันทุกอย่างจะถูกอัพเดทในนั้นเป็นที่แรกก่อนจะโพสต์ที่อื่นๆ และสามารถสอบถามในกลุ่มได้เลย หากมีคำถามใด ๆ ค่ะ บีมตอบคำถามด้วยตัวเอง
  2. หากคุณต้องการรู้วิธีที่จะทำให้สิวหายแบบถอนรากสิวกันตอนนี้เลย ไม่ต้องการเสียเวลาอีกแล้ว ให้เข้าหน้านี้ https://shiningbeam.org/siwsecretacademy/ ซึ่งจะอธิบายให้คุณเข้าใจว่า หนังสือและคอร์สสิวซีเคร็ตที่บีมได้จัดทำไว้ เป็นอย่างไร และจะช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง การอ่านหนังสือและลงเรียนคอร์ส เหมือนคุณได้เดินทางลัด ได้ผลลัพธ์เร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก
  3. หากคุณสนใจดูผลิตภัณฑ์ที่บีมแนะนำด้วย ก็จะมีข้อมูลผลิตภัณฑ์และรีวิวอยู่ในโน้ตของ OpenChat คลังข้อมูลและอัพเดทสิวซีเคร็ต เลยนะคะ แต่หากไม่ต้องการเข้ากลุ่มไลน์ แนะนำให้ไปที่เพจนี้ค่ะ https://www.facebook.com/siwsecretshop (หากจัดทำเว็บสินค้าในอนาคต จะอัพเดทอีกครั้งค่ะ)

ขอให้ทุกคนที่ตั้งใจและลงมือทำ รักษาพลังอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ต้องการนะคะ

วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
เขียนวันที่ 20 ม.ค. 2563 (เสร็จเวลา 14.51 น.)
ที่ บ้านสุวรรณรายาไมน์ จังหวัดเชียงราย

อัพเดทเนื้อหาวันที่ 3 ธ.ค. 2563


ข้อมูลอ้างอิง