โควิด เมื่อทางเลือกคือทางรอด (พร้อมบอก 3 วิธีล้างลำไส้และเพิ่มภูมิคุ้มกันแบบง่ายๆ)

จากการติดตามสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา และ ประมวลผลในภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่มีการระบาดของโควิดตั้งแต่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 บีมมองว่า ในวันนี้การบริหารจัดการในประเทศของเรานั้นอยู่ในระดับ “แย่มาก” ซึ่งขอออกตัวก่อนว่า บีมไม่มีความรักความชังฝ่ายใดเป็นพิเศษในเชิงการเมือง แต่มองเห็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการของภาครัฐเป็นสำคัญ เพราะ ชีวิตของคนได้สูญเสียไปเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอในทุกมิติ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ด้วยสิ่งที่มีอยู่ในมือ

และด้วยการใช้ชีวิตด้วยแนวทางองค์รวมมา 12 ปี บีมมองว่า วันนี้แพทย์ทางเลือกและธรรมชาติบำบัดแบบพึ่งตัวเองคือทางรอดสำหรับบุคคลทั่วไป ที่ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองให้อยู่ในระดับที่แข็งแรงที่สุดเพื่อ “รอดไปให้ได้”​ ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายจากการบริหารจัดการภายใต้รัฐบาลนี้ เราต้องช่วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ นาทีนี้ อย่าหวังพึ่งการบริหารจัดการอีกเลย

และเราได้รู้แล้วว่า ถ้าการระบาดไม่หยุดและถ้ามีการเล็ดลอดของคนที่มีเชื้อกลายพันธุ์เข้าประเทศมาได้ ซึ่งความรุนแรงจะมากขึ้นกว่านี้ หากเราไม่ปรับสุขภาพให้แข็งแรงในระดับสูงสุดแล้ว และเราก็ไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของวัคซีน ถ้าโควิดมาถึงตัว ก็อาจจะสายเกินไปแล้วที่จะปรับค่ะ มันต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้เลย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเดี๋ยวก่อนแล้ว นาทีนี้ สุขภาพและภูมิคุ้มกันต้องมาก่อน เพราะถ้าชีวิตจบแล้ว อะไรที่คิดไว้ ก็คงจะไม่สามารถทำต่อไปได้แน่นอน

สำหรับบีมแล้ว วิธีที่บีมใช้ในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดนี้ บีมจะเน้นไปที่การเสริมสร้างพลังชีวิต หรือ life force หรือ ชี่ ซึ่งพลังนี้คือพลังของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ที่ขับเคลื่อนให้มีชีวิต แต่ว่า แต่ละคนจะมีพลังนี้ไม่เท่ากัน อยู่ที่ว่าดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหน บริหารจัดการธาตุได้ดีแค่ไหน ซึ่งในมุมมองของแพทย์แผนตะวันออกทุกสาย (จีน อินเดีย ไทย) หรือหมอพื้นบ้าน จะเข้าใจเรื่องนี้ดีค่ะ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่คุณหมอจะเน้นมาก ๆ คือ การฟื้นฟูพลังชีวิตให้กลับมาสูงสุด เพราะ ด้วยพลังนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ได้

และบีมพึ่งปิ๊งขึ้นมาเช้านี้หลังตื่นนอนว่า ตอนนี้เรากำลังต่อสู้กับโควิดในระดับเซลล์ต่อเซลล์ เหมือนเขาชกกันอยู่ข้างใน กลุ่มที่มีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ คือ กลุ่มที่พละกำลังวังชาของเซลล์ยังคงแข็งแรง ต่อยแล้วชนะค่ะ ถ้าหากว่าน็อคได้ เชื้อโควิดก็อยู่ไม่ได้ละ แต่ถ้าต่อยแล้วสูสี ก็จะมีอาการอ่อน ๆ แต่ถ้าเริ่มแพ้ทาง เริ่มโดนต่อยไม่ยั้ง คราวนี้ล่ะค่ะ … ความรุนแรงของอาการก็เริ่มมาเยือน

คือ คิดเสียว่า ทุกคนก็คงมีเชื้อหมดแหละ และเราเองก็อาจจะมี (ทั้งที่ไม่มีอาการ) คิดแบบนี้ จะได้ตั้งใจในการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เสริมสร้างความแข็งแรงในระดับเซลล์กันไปเลย หมัดต่อหมัด เข้ามาเท่าไหร่ เซลล์เราต้องชนะ ไม่ว่ามันจะไปอยู่ตรงไหน เราต้องชนะ คิดแบบนี้

ซึ่งขณะที่เขียนนี้ บีมก็ไม่รู้หรอกค่ะว่า บีมเองจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รู้ก็คือ บีมจะดูแลตัวเองด้วยวิธีคิดแบบนี้ และทำให้ดีที่สุด ดูแลตัวเองด้วยทุกวิชาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและธรรมชาติที่ตัวเองได้ใช้มาตลอด 12 ปีนี้อย่างเต็มที่ มันจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็วางใจในผลค่ะ บีมถือว่าเราสร้างเหตุที่ดีที่สุดให้ตัวเองแล้ว แค่นั้น…

ก็เลยนึกไปถึงงานงานที่เคยเขียนไว้ คือ Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด ซึ่ง Dr.Jacob Vadakkanchery เป็นแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดและผู้อำนวยการแห่ง Nature Life International สิ่งที่บีมได้รับจากท่านในวันนั้นคือจุดสำคัญของการดูแลสุขภาพของบีมเช่นกันค่ะ คือ การได้ตระหนักว่า

  • สุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ “สุขภาพของเซลล์”
  • เราต้องโฟกัสการดูแลเซลล์ ต้องเงี่ยหูฟังว่าเขาต้องการอะไร แล้วซัพพอร์ต ให้ในสิ่งที่เขาต้องการก็พอ
  • พลังชีวิตมาจากสิ่งมีชีวิต ท่านถามว่า ถ้าเราโยนมะเขือเทศลูกหนึ่งออกไปนอกหน้าต่าง จะเกิดอะไรขึ้น บีมก็งง…แต่ก็คิดว่า มันก็หยั่งรากและงอกเหรอ หรือ เหี่ยวตาย? ก็ไม่ได้ตอบนะคะ แต่ฟังท่านเฉลยคือ ถ้ามันตกลงดิน มันจะงอกใช่ไหม แล้วทำไมเราไม่โยนมะเขือเทศนี้ลงไปในร่างกายเราล่ะ พลังนี้ในพืชผักนี่แหละ ที่มันจะช่วยเราให้มีสุขภาพดี ให้มีพลังชีวิตเพิ่ม ซึ่งจะมีเฉพาะในของสดเท่านั้นค่ะ

จากวันนั้น วิธีการดูแลสุขภาพและการกินของบีมก็เปลี่ยนไปมากอีกสเต็ปค่ะ และ ท่านเล่าให้ฟังว่า มีเด็กคนหนึ่ง ป่วยเป็นภูมิแพ้ แม่น้องพามาหาท่าน ท่านบอกว่า กินแค่ผลไม้ 14 วัน งดอาหารอื่นทั้งหมด (รายละเอียดจำไม่ได้นะคะ แต่ราว ๆ นี้) แล้วน้องก็หายจริง ๆ

และท่านก็อธิบายอีกว่า เวลาเรากินอะไรที่มันไม่โอเคกับร่างกายหรือระบบเราย่อยไม่ได้ มันจะเป็นพิษตกค้างในลำไส้ ซึ่งมันจะถูกดูดซึมกลับเข้ามา ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้หรือมีน้ำมูกนั่นแหละ ซึ่งตอนแรกบีมก็เข้าใจได้ เพราะแพทย์แผนจีนก็บอกว่า เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่กับปอดมันเชื่อมกันค่ะ ก็เป็นเหตุเป็นผลกัน ถ้าลำไส้ใหญ่สกปรก แสดงว่าปอดจะได้รับพิษไปด้วย สกปรกไปด้วย (คนที่มีปัญหาสิว หมอจีนจะบอกว่า ปอดร้อน คือมีปัญหาที่ปอด ปอดเชื่อมลำไส้ใหญ่ ดังนั้น แก้ได้ 2 อย่าง คือ ฝึกหายใจให้เต็มปอด ให้ถูกต้อง เพื่อเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออก และ ล้างลำไส้ให้สะอาด ดูแลเขาให้มีสุขภาพดี มีแบคทีเรียที่ดีจำนวนมากอยู่เป็นกองทัพข้างใน) ซึ่งพอปอดสกปรก เขาก็จะพยายามขับออกมา ก็จะออกมาในรูปแบบของน้ำมูก เลยเหมือนภูมิแพ้นี่ล่ะค่ะ และถ้าหากปล่อยไว้ แล้ว มันดูดซึมไปที่ตับแล้ว ก็คันตาได้เลย (ตาสะท้อนสุขภาพตับ)

คราวนี้มีอยู่วันหนึ่ง บีมกินส้มตำปลาร้า แล้วสักไม่เกิน 2 ชั่วโมง มีอาการเหมือนภูมิแพ้ มีน้ำมูก จาม และคันตา เลยคิดว่า สงสัยปลาร้าแน่ ๆ ที่ร่างกายไม่เอา เลยหยุดกินทุกอย่างแล้วดื่มน้ำเข้าไปล้างเลยค่ะ พอดื่มน้ำมาก ๆ มีการปัสสาวะออกมากแล้ว อาการทั้งหมดหายไปเลย ก็เลยเก็ตตามที่คุณหมอบอกเลยค่ะว่า ถ้าเรากินอะไรที่ไม่ดีเนี่ย มันจะมาออกเป็นภูมิแพ้หรือระบบการหายใจติดขัดนี่แหละ

นี่ล่ะค่ะ…แพทย์ทางเลือกที่ตอนนี้จะเป็นทางรอดของพวกเราแล้ว กรณีที่ว่า ถ้าการบริหารวัคซีนยังเป็นแบบนี้ ถ้าเราไม่ฉีด เราต้องทำให้ภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรงที่สุดที่จะสู้กับเชื้อได้ด้วยตัวเองจนชนะ และภูมิคุ้มกัน 80% อยู่ที่ลำไส้ใหญ่ และลำไส้ใหญ่ก็เชื่อมกับปอด … งั้นเรามาเริ่มที่ลำไส้ใหญ่กันดีไหมคะ ซึ่งทำได้ด้วยการล้างพิษและปรับเปลี่ยนอาหารที่ทานเป็นอันดับแรกเลย เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันในภาพรวม ซึ่งถ้าลำไส้สะอาด ปอดก็จะสะอาดด้วย และ ก็ต้องฝึกหายใจด้วย เพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปให้ได้มากที่สุด

ในบทความนี้ บีมจะมาบอกวิธีการดูแลสุขภาพลำไส้แบบง่าย ๆ ที่เอาไปใช้ได้เองกันก่อนนะคะ เพื่อให้สัมผัสกับประสบการณ์การดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติในเบื้องต้น เรียนรู้สังเกตตัวเองและการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น เพราะถ้าเข้าใจและมีประสบการณ์ที่ดีแล้ว เดี๋ยวการต่อยอดจะเป็นเรื่องง่ายและสนุกมาก ๆ ค่ะ

วิธีล้างลำไส้แบบเบื้องต้นที่ปลอดภัยด้วยตัวเองและประหยัด

  1. น้ำมันละหุ่ง บีมบอกวิธีไว้ในคลิปสั้น ๆ ใน TikTok คลิปนี้นะคะ คลิกไปดูกันเลย ล้างลำไส้ด้วยน้ำมันละหุ่งใน 1 วันhttps://vt.tiktok.com/ZSJAGwPRA/
  2. ยาระดมพล บีมมีอธิบายข้อควรระวังและวิธีใช้ที่แนะนำไว้ในคลิปนี้ค่ะ https://www.facebook.com/486633718356857/videos/4145723528824863
  3. น้ำมะนาวและเกลือหิมาลัย ดูวิธีที่นี่ได้เลยค่ะ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/himalayan-salt-detox-formula.html

เกลือหิมาลัยมีหลายเกรดนะคะ ขอให้เลือกที่สะอาดและมีคุณภาพ บีมแนะนำให้ใช้ของที่นี่ค่ะ https://www.rawganiq.com

ถ้าถามว่า ใช้เป็นอาหารเสริมได้ไหม บีมแนะนำว่า ช่วงนี้ เราเน้นการใช้ของจากธรรมชาติน่าจะดีกว่าค่ะ เพราะ อาหารเสริมส่วนใหญ่มีฤทธิ์ร้อน http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page_7.html ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ มักจะทำให้เลือดเป็นกรด ร้อนเกิน(ถ้าทานมากไป) และอักเสบได้

3 วิธีด้านบนนี้ บีมเคยทำมาทั้งหมดค่ะ ค่อนข้างมั่นใจว่าปลอดภัยกับทุกคน ยกเว้น ใครที่ต้องเลี่ยงส่วนผสมไหนเป็นพิเศษ หรือมีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลหรือคุณหมอที่คุณเชื่อถือก่อนใช้วิธีด้านบนนี้นะคะ แม่ตั้งครรภ์และแม่ให้นม ไม่ควรทำค่ะ

ล้างแล้วทำอย่างไรต่อ?

แม้การล้างลำไส้จะให้ผลดีต่อสุขภาพ แต่ไม่ควรทำทุกวันนะคะ โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นน้ำมันละหุ่งกับน้ำมะนาวและเกลือหิมาลัย บีมทำแค่ 1 วันเท่านั้นค่ะ ส่วนระดมพลมักจะใช้ประมาณ 3 วัน ซึ่งบีมจะสังเกตตัวเองว่า สิ่งที่ขับถ่ายออกมาไม่มีอะไรแล้ว คือ ไม่เหม็นแล้ว ก็จะหยุดค่ะ

หลังจากนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อก็คือ การทานผักผลไม้สดให้ได้ 80% ของวัน ร่วมกับการทานโพรไบโอติคส์ (แบคทีเรียชนิดที่ดี) ซึ่งง่ายสุดก็ซื้อโยเกิร์ตมาทานเลยทุกเช้าหรือก่อนนอน แนะนำเป็นรสธรรมชาติ รสดั้งเดิม และสำหรับใครที่เป็นสิว แนะนำโยเกิร์ตจากพืชค่ะ ยี่ห้อที่บีมชอบเป็นพิเศษคือ บัลแกเรีย ซึ่งเป็นยี่ห้อที่คุณหมอฮิโรยูกิ โคบายาชิ ผู้เขียนหนังสือ ลำไส้แฮปปี้ สุขภาพดี ผอม สวย ทานและแนะนำค่ะ คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลลำไส้

งดเนื้อ นม ไข่ ลง เพราะ อาหารกลุ่มนี้ทำให้เลือดเป็นกรด และ เมื่อเลือดเป็นกรด เชื้อโรคต่าง ๆ จะเติบโตได้ดีมากเลยล่ะค่ะ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้เร็ว

สำหรับใครที่ออกกำลังกายอยู่ เกรงว่าจะได้รับโปรตีนไม่พอ ให้ดูแนวทางของนักกล้ามแนวมังสวิรัตินะคะ บีมแนะนำให้ลองดูคนนี้ค่ะคุณ Brian Turner https://www.youtube.com/channel/UC2ycqdFV0EmY5LmfM9mWkQg

สำหรับเด็ก ๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่จะให้น้องได้โปรตีน แนะนำโปรตีนจากพืชและปลาแทนไข่และเนื้อสัตว์ค่ะ

นอนก่อน 4 ทุ่ม ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ยืดเหยียด ฝึกหายใจแบบมีคุณภาพ นั่งสมาธิ อยู่กับธรรมชาติ และหัวเราะกันเยอะ ๆ ค่ะ ทำอะไรที่เราชอบและมีความสุข เวลานี้ความสุขสำคัญมากต่อภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง หน้าที่ในชีวิตประจำวันเราก็ทำ แต่จะดีกว่าถ้าเราได้ทำอะไรที่เรารักและมันก็ให้รายได้ที่เพียงพอตามที่คาดหวังได้ด้วย

ความเครียดจะทำให้ภูมิคุ้มกันดร็อปลงมาก ๆ และทำให้ระบบขับถ่ายแย่ ระบบการกินผิดไปหมด และอยากกินแต่ของไม่ดี

นอกจากนี้ แสงแดดคือแหล่งให้พลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์มากที่สุด เพียงแค่ตากแดดและออกกำลังกายกลางแจ้งวันละ 30 นาที ก็จะมีพลังชีวิตและภูมิคุ้มกันสูงขึ้นมาก ๆ แล้วล่ะค่ะ

ดังนั้น … ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมา “สร้างสุขภาพที่ดี” ให้ตัวเองแล้วนะคะ

เปลี่ยน “โควิด” เป็น “โอกาส” ในการยกระดับสุขภาพและความอิสระจากภายในของเราเองแบบก้าวกระโดดค่ะ!

สรุปส่งท้าย

  • ชีวิตและสุขภาพของเรา เราต้องรับผิดชอบเอง 100% และเป็นสิ่งที่เราทำได้เองเลย ไม่ต้องรอใคร ยกเว้นจะยังไม่ตัดสินใจเอาจริงเอง
  • ระบบการบริหารจัดการสุขภาพและวัคซีน เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมดูแลของเรา ดังนั้น ไม่ต้องไปคาดหวังและสนใจในสิ่งที่เราทำอะไรไม่ได้ ปล่อยมันไปซะ ไม่งั้นพลังงานและเวลาของเราจะจมอยู่กับพลังลบและการบ่นด่า ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเราเอง
  • แพทย์ทางเลือก คือ ทางรอดของพวกเราในวันนี้ ที่จะต้องใช้วิชาธรรมชาติในการฟื้นฟูพลังชีวิต อาวุธสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราเอาชนะน็อคเชื้อโรคได้
  • วัคซีนจำเป็น แต่ต้องเป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงที่ยอมรับได้เท่านั้น
  • เราไม่ได้ปฏิเสธแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ในเวลานี้ ทุกคนต้องมาศึกษาแพทย์ทางเลือกเพื่อช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขให้ได้มากที่สุด
  • สุขภาพปอดสำคัญ ปอดจะดี ถ้าลำไส้ดี ลำไส้ดีนั้น ต้องสะอาดและแข็งแรง ต้องมีแบคทีเรียที่ดีจำนวนมาก เพื่อจะได้ชนะศึกเชื้อโรคครั้งนี้ได้แบบเซลล์ต่อเซลล์ หมัดต่อหมัด เราต้องน็อคมันให้ได้!
  • แม้จะขับถ่ายทุกวัน ไม่ได้แปลว่า ลำไส้คุณจะไม่สกปรก ถ้าคุณยังไม่เคยล้างด้วย 3 วิธีดังกล่าวเลย บีมขอแนะนำให้ทดลองดูสักครั้งค่ะ แล้วคุณจะรู้เองว่า มีอะไรตกค้างบ้างหรือเปล่าในลำไส้ของคุณ สัมผัสผลลัพธ์ด้วยตัวเอง
  • อย่าใช้ 3 สูตรนี้ทุกวัน ใช้เฉพาะช่วงที่จำเป็น คือ รู้สึกว่าร่างกายเริ่มหนัก ๆ เอื่อย ๆ หงุดหงิดง่ายไม่รู้สาเหตุ เหมือนถ่ายไม่สุด หายใจไม่โล่ง ง่วงตอนกลางวัน เพลียง่าย ตื่นสาย ไม่มีพลังทำงาน สมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก ฯลฯ
  • หลังจากล้างลำไส้แล้วให้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามที่แนะนำ จะช่วยให้ลำไส้สุขภาพดีและแข็งแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร ที่ควรทานผักผลไม้สด 80% ในหนึ่งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียวที่ต้องทานให้เยอะ ๆ ค่ะ ระวังที่ปนเปื้อนสารเคมีด้วยนะคะ ไม่งั้นจะกลายเป็นว่า ซ้ำเติมให้สุขภาพแย่ลงไปอีกค่ะ ถ้าปลูกเองได้ก็ดีมาก ๆ เลย

ขอให้สุขภาพดีเป็นของทุกคนที่ดูแลตัวเองนะคะ 🙂

สามารถติดตามสาระอัพเดทเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้เพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/siwsecret ต่อได้เลยค่ะ ซึ่งเดี๋ยวจะมีแบ่งปันเรื่อง “สมดุลกรดด่างของเลือด” ที่เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากในมุมของสุขภาพแนวองค์รวมค่ะ

บีม วรดาภา


สำหรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สรุปจากการปฏิบัติของบีมเองตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องการปรับชีวิต วิธีคิด การล้างพิษ การทานอาหาร ฯลฯ จะเขียนไว้ในหนังสือ e-book สิวซีเคร็ตและคอร์สออนไลน์ค่ะ ซึ่งแม้จะมีชื่อเกี่ยวกับ “สิว” แต่จริง ๆ แล้ว ทุกคนใช้ได้เลยค่ะ เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพแนวองค์รวมแบบง่าย ๆ ทำได้เป็นขั้นตอน ใช้ได้ทั้งครอบครัว (และคนที่เป็นสิวก็จะสิวหายด้วยค่ะถ้าทำตามที่สอน)

ถ้าสนใจข้อมูลในส่วนนี้ ทักสอบถามแอดมินได้ที่

  1. Facebook inbox : https://m.me/siwsecretshop
  2. Line@ : @siwsecretshop

ได้เลยนะคะ 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.