วางใจอย่างไรไม่ให้รู้สึกผิดเมื่อหลุดเรื่องอาหาร

“รู้สึกผิดที่หลุดเรื่องอาหารตลอดเลย จะมีวิธีหักห้ามใจหรือควบคุมตัวเองยังไงเรื่องอาหารดีคะ?”

ก่อนหน้านี้​ บีมเคยบอกกับทุกคนที่ถามคำถามนี้ว่า​ ให้ระลึกถึงสิ่งที่ร่างกายทำให้เราและขอบคุณเขา​ และเราจะรู้สึกอยากทำดีต่อร่างกายไปเองค่ะ

แต่…ในความเป็นจริงแล้ว​ เมื่อเราลองทำดู​ เราจะรู้สึกแย่เมื่อเราได้หลุดไปกินอะไรที่รู้ว่าไม่โอเคกับร่างกาย​ ซึ่งจริง​ ๆ​ แล้ว​ มันเป็นความรู้สึกที่กำลังสะท้อนว่าเรากำลังรักร่างกายเราจริง​ ๆ

แต่มันคงไม่ดีแน่​ ถ้าเราจะสะสมความรู้สึกแบบนี้ไว้​ ที่จะต้องโทษตัวเองเรื่อยไป​ ที่จะยิ่งทำให้เรากลับรู้สึกแย่​ เพราะความรู้สึกผิดหรือ​ Guilt คือพลังงานระดับต่ำที่เราต้องรู้ทันและกำจัดออก​

ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา​ ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งยั่วยวนมากมาย​ การหลุดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้หากเราไม่ได้มีค​วามตระหนักรู้ตลอดเวลา

การเทรนกายใจ​ จัดระบบกายใจ​ เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา​ เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากสิ่งที่เราใส่เข้าไป

ดังนั้น​ เราควรจะมองชีวิตอย่างที่มันเป็น​ เหมือนกับการที่เรารู้ว่าต้องมีศีล​ 5 แต่เราก็ทำผิดไปบ้าง​ เราไม่ชอบผลลัพธ์​ เรารู้สึกไม่ดี​ เราเลยไม่อยากทำอีก​ แต่เราไม่แบกมันไว้เป็นความรู้สึกผิดติดใจติดตัว​ และยินดีจะเริ่มต้นใหม่​

เรื่องอาหารก็เช่นกันค่ะ​ คือ​ เราต้องรู้หลักและวิธีที่ถูกต้องก่อน​ เหมือนเป็นไม้บรรทัดให้เราว่าต้องทำแบบนี้​ จะได้ผลที่ต้องการนะ

ในส่วนของการปฏิบัติ​ ระหว่างวัน​ ใจเราเหมือนอยู่ในสนามมวยระหว่างสติกับกิเลส​ ความรู้ตัวกับไม่รู้ตัว​ ซึ่งต้องฝึกฝนทักษะการใช้สติกันเอาเองอีกที​ อันนี้แต่ละคนก็มีวิธีต่างกันไป

แต่วิธีหนึ่งที่ได้ผลดีมากและยั่งยืน​ เป็นแนวคิดของ​ ZEN ที่ว่าด้วยการไม่ควบคุมดังนี้ค่ะ

ตามธรรมชาติ​ จะมีการดูแลสมดุลด้วยตัวเองอยู่แล้ว​ เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ​ เราจะมีพลังนี้ดูแลสมดุลให้ตัวเองอยู่แล้ว

สิ่งที่ง่ายมากคือ​ อยากทำอะไรก็ทำ​ ไม่ต้องพยายามควบคุมอะไร​ และในวันหนึ่งเมื่อเราเห็นแต่โทษ​ เราพอแล้วกับผลที่เราได้รับจากสิ่งนั้น​ มันไม่ไหวแล้วจริง​ ๆ​ ใจก็จะเปลี่ยนได้ทันที

ลองสังเกตตัวเราสิคะว่า​ ที่ผ่านมา​ เราเคยทำอะไรที่ไม่โอเค​ พอทำไปนาน​ ๆ​ จนเบื่อ​ เราก็เลิกทำไปเอง​

ทุกคนมีธรรมชาติที่มีความสุขและเบิกบานเป็นแกนหลักของการดำรงอยู่​อยู่แล้ว​ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลของความทุกข์เมื่อเราทำอะไรที่ขัดกับธรรมชาตินี้​ และในวันหนึ่งใจเราจะไม่เอาแล้ว เมื่อถึงวันที่สุด​ ๆ​ แล้ว​ มีสองทางถ้ายึดไว้ก็อาจถึงตาย​ ถ้าไม่ยึดแล้วปล่อยทั้งหมด​ ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบสิ้นเชิง

ดังนั้น​ กลับมาเรื่องอาหารค่ะ​ จะสังเกตว่าคนที่เขาเปลี่ยนตัวเองสำเร็จ​ มักจะมาจากการมีจุดเปลี่ยนบางอย่างในชีวิตที่รุนแรงมากพอ​ เช่น​ เป็นโรคร้ายแรง​ คนรักทิ้งไป​ สภาพความเป็นอยู่ลำบากมาก​ ฯลฯ​

นั่นคือ​ จุดที่มืดที่สุดนั่นเอง​ ถ้าไม่ยึดไว้​ แล้วดูใจ​ ตามใจไป​ ทำสิ่งที่ใจบอก​ ก็จะเปลี่ยนสู่สภาวะของรุ่งอรุณได้เองโดยไม่ต้องพยายามคิดหรือควบคุมอะไรเลย

สำคัญที่… เราต้องใจกว้างมากพอที่จะให้เกิดกระบวนการนี้ในตัวเรา…

นี่คือ​ การควบคุมโดยธรรมชาติ​ ที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยนั่นเอง…

เข้าใจ​เพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์ของความรู้สึกผิด…พลังงานระดับต่ำที่ทำให้อ่อนแอทั้งกายและใจ​

หวังว่าบทความนี้จะช่วยปรับมุมมองและความรูัสึกของผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.