รีวิว Sadhguru Satsang Full Moon Flirtations 26 พ.ค. 2564

เข้าร่วมกิจกรรมทางออนไลน์ได้เลยค่ะ เขาแนะนำใช้ laptop / PC เพื่อจอที่ใหญ่คมชัด แต่ก็แล้วแต่สะดวกเลยนะคะ นี่เครื่องบีมเองค่ะ

เมื่อวานนี้ เป็นวันวิสาขบูชา วันสำคัญของชาวพุทธทุกคน เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน คือ วันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งบีมได้เข้าร่วมกิจกรรม Sadhguru Satsang Full Moon Flirtations ที่ไม่รู้จะแปลเป็นไทยอย่างไรดี แต่เดี๋ยวที่จะเขียนรีวิววันนี้ ทุกคนจะเข้าใจกิจกรรมนี้มากขึ้นแน่นอนค่ะ และมันดีมาก อยากให้ทุกคนอ่านจนจบนะคะ และอยากชวนมาเข้าร่วมในรอบหน้า (แต่ต้องได้ภาษาอังกฤษแบบฟังออกอย่างน้อย 80% ขึ้นไปค่ะ เพราะไม่มีซับหรือแปลเลย เป็น Live สด)

กิจกรรมนี้ จะจัดขึ้นทุกวันพระจันทร์เต็มดวงในแต่ละเดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และทำบนออนไลน์ ซึ่งทุกคนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้เลย ซึ่งถ้าเราได้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมไป รอบหน้า เขาจะมีส่งมาเตือนให้ด้วยค่ะ ดีงามมาก ตามภาพนี้เลยที่บีมได้รับก่อนหน้าวันจัดประมาณ 3 วัน

ถามว่าทำไมต้องทำวันพระจันทร์เต็มดวง?

ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่า พระจันทร์นั้นมีอิทธิพลต่อทุกชีวิตบนโลกนี้มาก ๆ แม้จะไม่มีแสงในตัวเองก็ตาม แต่ก็มีผลให้น้ำขึ้นน้ำลง และยังทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายในตัวของคน ซึ่งในวันที่พระจันทร์เต็มดวงนั้น พลังงานของมนุษย์จะได้รับจากดวงจันทร์สูงสุด ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังได้มาก หากใช้พลังทำกิจกรรมอย่างถูกวิธี ซึ่งจะส่งผลให้คนคนหนึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพลังภายในได้มากทีเดียว ส่งผลต่อการมองเห็นความจริงที่ชัดเจนขึ้น และการมองเห็นที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับชีวิต รวมถึงพลังงานที่เบาสบายมากขึ้น จะทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น สุขง่ายขึ้น ทุกข์ยากขึ้น รู้ว่าจะต้องตัดสินใจอย่างไร เดินทางไปต่อยังไงได้ดีขึ้น ซึ่งบีมว่าบีมได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้ทุกครั้งที่ได้ร่วมกิจกรรมของท่าน Sadhguru ที่เกิดขึ้นครั้งแรกตอนเรียนคอร์สออนไลน์ Inner Engineering ซึ่งบีมรู้สึกได้เลยว่า วิธีของท่านนั้นง่าย ๆ แต่พลังของท่านในการเปลี่ยนพลังในตัวเรานั้นมหาศาลจริง ๆ และเป็นการเปลี่ยนที่ยั่งยืนค่ะ ไม่ใช่วิถี motivate หรือพีคแค่ชั่วคราว

บีมได้เข้าครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว และติดใจมาก คือ ปกติท่านมีคอนเทนต์มากมายที่อาสาสมัครทั่วโลกได้ร่วมกันทำงานจัดทำคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบเผยแพร่ ทั้งวิดีโอและการเขียน ทั้งในเว็บ https://isha.sadhguru.org/global/en และใน Application Sadhguru ซึ่งบีมจะพยายามจัดสรรเวลาเข้าไปเรียนรู้อยู่แล้วให้ได้ทุกวัน แต่สำหรับกิจกรรมพิเศษในวันเพ็ญประจำเดือนแบบนี้ ท่านจะมีหัวข้อสอนพิเศษ ซึ่งใน 5 ครั้งแรกของการสอนของท่านในวันเพ็ญแต่ละเดือนในปีนี้ ท่านสอนเรื่อง “ธาตุทั้ง 5” ตามวิถีของโยคี หรือ อายุรเวท คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม และที่ว่าง

โดย 3 ครั้งที่ผ่านไป ได้สอนเกี่ยวกับ ไฟ ดิน ลม ไปเรียบร้อยแล้ว (ซึ่งบีมพลาดครั้งแรกค่ะ เดี๋ยวจะไปดูย้อนในส่วนของการฝึก เพราะ ไฟคือธาตุที่จะเผาความทรงจำที่ไม่ดีออกไป ขอไปทำดูก่อน เสียดายที่ไม่ได้เข้าเรียนในรอบไฟ ไม่งั้นจะได้ความรู้เยอะเลยเรื่องนี้)

บีมได้เข้าเรียนรู้ใน Session ดิน กับ ลม ซึ่งดีมากกกกก เพราะ ตัวเองสนใจและมีผลลัพธ์จริงจากการดูแลสุขภาพองค์รวมจากแนวอายุรเวทและใช้หลักปรับธาตุมาอยู่แล้ว (บีมเริ่มจากการศึกษาแนวอายุรเวทก่อนแพทย์แผนไทยค่ะ ซึ่ง 2 ปรัชญาการแพทย์นี้ พอจะไปกันได้ เพราะ ไทยก็รับมาจากอินเดียมากอยู่ แต่การแบ่งธาตุของไทย จะไม่มีที่ว่างค่ะ นอกนั้นเหมือนกัน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งที่ว่างเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ต่อการทำความเข้าใจมนุษย์และสรรพสิ่งในภาพใหญ่เลยทีเดียว

รอบดิน ท่านก็จะสอนเรื่องอิทธิพลของพระจันทร์ต่อการดำรงอยู่ของเรา และสอนเกี่ยวกับธาตุดินด้วยมุมมองแบบโยคีและ Mystic และให้ทำตามที่ท่านนำเรา มันไม่เชิงสมาธิน่ะค่ะ มันเป็นกระบวนการในการสร้างความเปลี่ยนแปลงของสภาวะของเราทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณ ซึ่ง Sadhguru ท่านมีวิธีแบบพิเศษ แต่ไม่ใช่พิศดาร ถ้าจะให้บีมเปรียบเทียบ มันไม่ได้เหมือนพิธีกรรมงมงายที่เราอาจจะเคยเจอมา มันคือ วิทยาศาสตร์ทางจิต คือ ควอนตัมฟิสิกส์ ซึ่งมันง่าย ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ใช้ภาพ เสียง และพลังของท่านในการเปลี่ยนพลังงานในตัวเรา คือ ต้องมาร่วมเองค่ะ ต้องมีประสบการณ์เอง ถึงจะเข้าใจ มันบอกยากมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขนาดว่าบีมทำผ่านออนไลน์ (ถ้าอยู่ตรงนั้นจะขนาดไหน)

รอบนี้ก็เหมือนกันค่ะ แต่รายละเอียดจะมากกว่ารอบที่แล้วหน่อย (รอบที่แล้ว ท่านจะพูดถึงเรื่องโควิดเสียเยอะ แต่ตอนที่ได้ทำกิจกรรมปรับธาตุนั้นก็ได้รับเต็ม ๆ ค่ะ รู้เลยว่าเราเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ในระดับพลังงาน) รอบนี้สอนเรื่องธาตุลมเยอะ ซึ่งบีมจะสรุปเท่าที่ตัวเองตกผลึกมาได้ดังนี้ค่ะ เพราะมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพมาก ๆ อยากแบ่งปัน

ธาตุลมในมุมมองของท่าน Sadhguru

  • เรามักเข้าใจว่า ธาตุลม ก็คือ “ลมหายใจ” และ “ออกซิเจน” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิวเผินมาก ๆ
  • จริง ๆ แล้ว ธาตุลมคือตัวประสานดินและน้ำให้กลายมาเป็นตัวเราและสรรพสิ่ง เหมือนดินเหนียวที่ถูกปั้นให้เป็นรูปต่าง ๆ
  • ธาตุลม จึงไม่ได้หมายถึงแค่ลมหายใจเท่านั้น แต่หมายถึง “ชีวิต”
  • เมื่อใดที่เรา “ขาดลม” หายใจเข้า แล้วไม่หายใจออก หรือหายใจออก แล้วไม่หายใจเข้า ก็หมายถึง​ “ไม่มีชีวิต” เสียแล้ว
  • นั่นแหละคือความสำคัญของ “ลม”
  • ดังนั้น จึงใช้คำว่า “ลมหายใจแห่งชีวิต” (life breath) ก็จะตรงความหมายของลมมากกว่า
  • ลม เป็นธาตุที่ “เคลื่อนไหวได้มากและเร็วที่สุด” มีความเป็น Dynamic สูงสุดในบรรดาธาตุทั้งหมด
  • ดังนั้น การปรับที่ธาตุลมจึงถูกใช้ประโยชน์ในด้านการฟื้นฟูสุขภาพและรวมไปถึงการ “เปลี่ยนผ่านสู่สภาวะเหนือข้อจำกัดของวัตถุ” (Transcendent) มากที่สุด
  • ถ้าเราสามารถบริหารหรือปรับให้ลมแห่งชีวิตหรือ Life Energy ของเราขยายได้มากเท่าไหร่ (enhance prana) ควบคุมและอยู่เหนือพลังของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ได้แล้ว ชีวิตก็จะเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น คือ เบาสบายและไร้ขีดจำกัด
  • ซึ่งนั่นหมายถึง เราจะรวมเข้ากับทุกสิ่งในจักรวาลนี้ เป็นหนึ่งเดียวกับ Living Cosmos ไม่มีตัวเราอีกต่อไป ทุกสิ่งจะเป็นของเรา เป็นหนึ่งเดียวกับเรา (ท่านใช้คำว่า inclusive / include คือ การหลอมรวมนั่นเองค่ะ มันคือไม่มีกำแพงระหว่างความเป็นตัวเรากับสรรพสิ่งอีกต่อไป)
  • ดังนั้น การฝึกปราณายามะ (Pranayama) ที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก ในการขยายพลังชีวิตของเราให้ใหญ่กว่าร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่จำกัดของมนุษย์เรา
  • คำว่า prana = พลังชีวิต yama = การควบคุม นั่นก็คือ การฝึกควบคุมลมหายใจให้มันขยายให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ ก็จะทำให้เรารักสิ่งต่าง ๆ เหมือนเป็นเราเองได้แบบธรรมชาติ จะไม่มีการเกลียดและแบ่งแยกอีกเลยถ้าเราทำได้ เพราะถ้าเป็นเนื้อเดียวกันได้แล้ว เขาเจ็บ เราเจ็บ เขาสุข เราสุข นั่นเอง

นั่นล่ะค่ะ คือสิ่งที่บีมตกผลึกได้จากการสอนของท่าน

พาร์ทปฏิบัติ

พอเข้าสู่พาร์ทของการทำสมาธิ ทีมงานของท่าน (บอกเลยว่าเป็นคุรุที่ใช้เทคโนโลยีในการส่งผ่านพลังและคำสอนได้มากที่สุดในโลกในตอนนี้ อยู่ทุกแพลตฟอร์ม ด้วยอาสาสมัครเท่านั้น! ที่ไม่มีใครได้รับค่าตอบแทน แต่ทุกคนตอบแทนด้วยหัวใจและชีวิตที่อยากให้คนอื่นได้รับประสบการณ์ที่ดีอย่างที่เขาได้รับ เหมือนความรู้สึกที่บีมมาเขียนรีวิวนี้ล่ะค่ะ อยากชวนให้เข้ารอบหน้ากันมาก ๆ) ก็จะแสดงภาพให้เราดูว่า เราต้องเห็นภาพ Visualize อะไรตอนที่เรากำลังทำกิจกรรมนี้อยู่ เพราะทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนด้วยภาพและเสียง (มันคือวิธีการปรับพลังงานและตัวเราก็คือพลังงานค่ะ) บีมแคปมาให้ดูให้พอเห็นภาพดังนี้ค่ะ

ภาพที่ทีมงานแสดงให้เราดูว่า ตอนที่ทำจะออกมารูปแบบนี้ค่ะ ซึ่งมันช่วยได้มากจริง ๆ ตอนที่นั่งทำแล้ว ถ้ามองไม่เห็นภาพนี้ก่อน จะทำได้ยากเลย

ทำตามที่ท่านนำเราไปค่ะ ซึ่งจะเป็นการใช้จินตนาการให้เราเดินขึ้นเขาเล็ก ๆ ขณะเดินให้รู้สึกถึงสิ่งรอบ ๆ ตัว ลมเย็น ๆ ต้นไม้ ดอกไม้ เอาให้ชัดที่สุด และเราต้องหายใจเพื่อให้ได้รับอากาศมากขึ้น ซึ่งการหายใจแบบนั้นมันจะทำให้เราหายใจได้แบบที่ท่านต้องการให้เราได้รับประโยชน์จากการทำสิ่งนี้ค่ะ

ภาพ เสียง ความรู้สึก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับตาตามเสียงของท่านไปเรื่อย ๆ เราไม่คิดอะไรเลย จำคำของท่านอย่างเดียวคือ เราไปควบคุมหรือยึดถืออะไรไว้ไม่ได้หรอก ชีวิตน่ะ คือ การได้อยู่กับมันและสัมผัสมันเท่านั้นแหละ (ท่านใช้คำว่า Do not try to concretize, just to live & experience it คือ ท่านปูไว้ตอนต้นว่า อย่าไปอยากบรรลุหรือจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ชีวิตจริง ๆ น่ะ ไปยึดอะไรไม่ได้หรอก ทำได้แค่อยู่กับมัน สัมผัสมันให้ลึกซึ้งมากที่สุด แค่นั้นแหละ ท่านน่ารักค่ะ ก็เปรียบเทียบกับกบที่ร้องตอนที่ท่านสอนนั่นแหละ ท่านว่ามันไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย ชีวิตก็ต้องแบบนั้นแหละ กบมันไม่ได้มีอะไรเพียบพร้อมนะ แต่มันมีความสุขของมัน มันอยู่ได้ คนก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะชีวิตจริง ๆ มันก็เป็นแบบกบนี่แหละ)

จำได้ว่า มีภาวะน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกซาบซึ้งอะไรก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก แต่มันไหลออกมาเอง และ ตอนท่านร้องออกเสียงที่บีมฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ แต่ด้วยพลังงานของมันทำให้บีมรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่หน้าเขาขยับไปเองแบบตึง ๆ ขมวด ๆ เหมือนเครียด ๆ บนหน้า แล้วมันก็ผ่อนไปเองตอนเสียงท่านจบ

พอเข้าสู่ช่วงหายใจและจินตนาการตามท่านและตามที่เราเห็นในวิดีโอที่ทีมงานแสดงให้ก่อนทำ ตามเสียงท่านไปเรื่อย ๆ มันเบา สบาย มันซาบซึ้งกับสภาวะนั้นที่เป็นอยู่ คือ ท่านพูดประมาณว่า ส่องสว่างเหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญ เหมือนพระพุทธเจ้าในคืนวันเพ็ญที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ความรู้สึกและประสบการณ์มันแปลกใหม่มากๆ แต่รู้สึกดีมากค่ะ ซึ่งเข้าใจว่าแต่ละคนก็คงจะมีประสบการณ์แตกต่างกันค่ะ บีมจะไม่เล่าอะไรที่บีมเห็น เพราะเดี๋ยวมันจะไปจำกัดกรอบของคนที่อาจจะได้มาเข้าร่วมครั้งต่อไปนะคะ ต้องสัมผัสเองค่ะ

เอาเป็นว่า รู้สึกว่าได้รับพลังเต็ม ๆ …ภายในเวลาทั้งหมดน่าจะประมาณ 20 นาทีค่ะ

และหลังจากนั้นก็ได้เรียนรู้อะไรต่อท้ายอีกหน่อยจากคำถามที่มีผู้ส่งเข้ามาช่วงลงทะเบียนประมาณ 2 คำถาม แต่ท่านตอบละเอียดและเข้าใจได้ดีเลย แต่พาร์ทนี้จำไม่ได้แล้วค่ะ คำถามมันออกจะเข้าใจยากสักหน่อย มีศัพท์เฉพาะ แต่ฟังแล้วเข้าใจได้ตอนนั้นค่ะ แต่ยังสรุปไม่ได้

แต่ที่เด็ดมาก และ อยากจะเขียนเอาไว้ให้ทุกคนได้ลองเอาไปพิจารณาเพิ่มเติมคือ

“อย่าแสวงหาการอนุมัติหรือการยอมรับจากคนที่ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเองเลย”

(Not seek an approval by people who do not know anything about themseves)

เออ…อันนี้จริง บนโลกนี้จะมีกี่คนที่รู้จักตัวเขาเองจริง ๆ ว่าแท้จริงแล้ว เขาเป็นใครและควรต้องมีชีวิตอยู่อย่างไรจริง ๆ แต่ถ้าเป็นคนที่เขารู้เกี่ยวกับตัวเองและชีวิตจริง ๆ ก็โอเค คุณฟังเขาได้นะ

และต้องเผื่อที่เอาไว้ให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงบ้างค่ะ ควรจะต้องยืดหยุ่นเสมอ อย่ายึดติดว่าตัวเองถูกต้องตลอดเวลา เผื่อพื้นที่ให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงและเติบโตบ้าง

สรุปส่งท้าย

การเข้าร่วมกิจกรรม Satsang ในคืนวันเพ็ญที่จัดเดือนละครั้งโดยท่าน Sadhguru นี้ มีประโยชน์ต่อชีวิตบีมมากค่ะ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นาน คือประมาณ 90 นาที สำหรับคนที่ต้องการเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร ควรจะใช้ชีวิตอย่างไรจริง ๆ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และเมื่อวานนี้ แม้จะไม่ได้เวียนเทียน แต่การได้ทำอะไรที่ทำเมื่อคืนวานนี้ บีมรู้สึกว่ามันให้ประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงระดับภายในที่ลึกซึ้งมาก ๆ ค่ะ เหมือนเราได้สัมผัส “สภาวะแห่งพุทธะ” ลึกซึ้งขึ้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามากที่เราได้ใช้ไปในส่วนนี้

บีมว่ามันคุ้มค่ามากที่จะเข้ามาเรียนรู้วิชานี้ มันทำให้เรามีพลังภายในที่แข็งแรงขึ้น เบาขึ้น ซึ่งมันจะทำให้เราแยกตัวเราออกจากปัญหาชีวิตได้เป็นคนละส่วนจริง ๆ จากมุมนี้เราจะมองเห็นตัวเองชัดขึ้นและสื่อสารกับตัวเองได้ดีขึ้นว่าต้องทำอะไรบ้าง และผลลัพธ์มันดีขึ้นเรื่อย ๆ จริง

สำหรับบีมแล้ว องค์ความรู้และวิธีที่ท่าน Sadhguru นำพาพวกเราเข้าถึงความจริง มันเข้าใจง่าย เป็นเหตุเป็นผล พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองจริง ชัดเจน ไม่งมงาย ไม่คลุมเครือ คือ ถูกจริตมากค่ะ

และบีมเอง ช่วงนี้ต้องทำหลายสิ่งมากมาย แต่ทำด้วยความสุขนะคะ แต่ช่วงนี้มันจะเยอะมากหน่อยเพราะจัดระบบงานใหม่ มีลูกค้าและผู้ติดตามเข้ามามากขึ้น และเมื่อวานนี้ก็มีเรียนออนไลน์คอร์สสำคัญวันแรกด้วย เวลาก็คาบเกี่ยวกันประมาณครึ่งชั่วโมง บีมก็ต้องยอมออกจากคอร์สมาก่อน 30 นาทีที่ครูจะสอนจบ เพื่อมาเข้า session นี้ และ ให้พ่อเขาพาลูกนอนซึ่งปกติลูกจะรอบีมเอาเข้านอนเป็นหลัก (เราบอกก่อนแล้วว่าจะมาเรียนออนไลน์และ Sadhguru) แต่การลงทุนเวลาเมื่อวานนี้ มันทำให้เรามีพลังมากขึ้นในวันนี้และวันต่อ ๆ ไป เป็นอริยทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียเงินเลย…ติดตัวตลอดไปและพัฒนาไปได้อีกมากแบบไร้ขีดจำกัด

ท่านคือไอดอลทั้งทางธรรมและทางโลกของบีมค่ะ … อยากให้ทุกคนลองเปิดใจศึกษางานของท่านดูค่ะ ท่านอยู่ทุกที่เลย บีมคัดมาให้เฉพาะ Official นะคะ เพราะ ท่านจะมีอาสาสมัครทำงานของท่านเยอะเลยค่ะ แต่อาสาสมัครคือผ่านการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติหมดแล้วทุกคนนะคะถึงจะทำงานของท่านได้

สำหรับใครที่สนใจ Satsang ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่นี่นะคะ https://satsang.sadhguru.org/

ใครสนใจเรื่องเหล่านี้ อยากเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน บีมมีกลุ่ม OpenChat ที่เปิดไว้สำหรับการพัฒนาตัวเอง/การเดินทางภายในด้วยนะคะ คลิกลิงค์นี้เพื่อเข้าร่วมได้ค่ะ http://bit.ly/3fRBeyY