คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณต่าย ปทุมธานี (แฝดพี่คุณแตง)

แฝดพี่น้องคู่นี้น่ารักมากค่ะ หลังจากที่เราได้อ่านเรื่องราวของคุณแตงแฝดน้องไปแล้วในโพสต์ก่อน โพสต์นี้มาอ่านของคุณต่ายบ้างนะคะ

คุณแตงแฝดน้อง มาพบแนวทางก่อน รู้สึกว่าทำแล้วดี ก็ได้นำไปแนะนำคุณต่ายแฝดพี่ และทั้งสองคนก็ได้เดินทางไปพร้อม ๆ กันบนถนนสายธรรมชาตินี้ และได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกันค่ะ

คุณต่ายเคยชอบทานอาหารมัน มีภาวะไขมันชนิดไม่ดีสะสม ทำให้ในเลือดเป็นกรด ระบบย่อยและระบบขับถ่ายไม่ดี ทำให้ร่างกายร้อน แพ้ยาคุม เลเซอร์ผิวมาอย่างหนักหน่วงทำให้ผิวอ่อนแอมาก ๆ รวม ๆ แล้วเป็นสภาพร่างกายก่อนที่จะดูแลตัวเองแนวทางนี้ค่ะ

ปัจจุบันนี้ ผิวสุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น มีความเข้าใจผิวและร่างกายตัวเองทั้งระบบ จัดเวลาสำหรับการพักผ่อนและออกกำลังกายมากขึ้น ทำให้พลังสมดุลขึ้น

1. สภาวะก่อนรักษาสิวแนวทางนี้เป็นอย่างไร?
ปกติก็ไม่ได้เป็นสิวคะแต่ผิวเคยทำเลเซอร์มาคะ ผิวภายในเสียหาย และบอบบางเนื่องจากทำสิ่งเหล่านี้ และมาจากคุมฮอร์โมนด้วย แผ่นแปะยาคุมมาเป็นเวลาหลายปี แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการเป็นสิวมีสะสมด้วย และจะต้องมาเคลียใต้ผิว เคลียภายในภายนอก 2 ปีก่อน ได้เปลี่ยนการคุมกำเนิด เป็นฝั่งแท่ง ทำให้ภายใน รึระบบเลือดเสียสมดุล รึเลือดสกปรกนั้นเอง สิวผุด เต็มหน้า ผลักออก จน น้องคู่แฝด ได้มาศึกษาแนวทางนี้ ในช่วงนั้น ทำให้ค่อยๆใจเย็นและเริ่มรักษา ตามกระบวนการ แรกๆรักษาใจร้อนมาก อยากหายไปไหนใครก็ทัก เพราะปกติไม่มีสิว และระบบขับถ่ายไม่ปกติ


2. ทำอะไรบ้างตอนรักษาแนวธรรมชาติ?
เริ่มฟังเพลงบำบัด เริ่มทำสิ่งที่เป็นพลังบวกเริ่มงดอาหาร ของมัน ของทอด ฟาสฟุส นมวัว อาหารแปรรุป เริ่มทานผัก มากกว่าแป้ง เริ่มปรับให้ลำไส้ขับถ่ายปกติเริ่มใช้ตัวสินค้าที่เติมน้ำให้ผิว เริ่มใช้ตัวสินค้าที่เป็นน้ำมันเพราะลดอักเสบเพิ่มความชุ่มชื้นเริ่มปรับเวลาการนอนเท่าที่จะทำได้เริ่มหาสิ่งแก้ความเครียดกับหน้าตัวเอง


3. พบอุปสรรคอะไรบ้าง แก้ยังไง?
คนทักบ่อยมาก เป็นสิวทำไมไม่หาย แต่ก่อนหน้าใสมาก ทำไมไม่รักษา แก้โดย อดทนคะ และบอกว่า กำลังรักษาอยู่ ตามขั้นตอน ใช้เวลา บอกกับอื่นแบบนั้น และบอกว่าหน้าฉัน อย่าใส่มันเลย เด่วมันก็หาย อย่ามองมันเลยอาหารที่ต้องงด คะ บ้างทีสังสรรคมีบ้างคะ แต่พยายามงดและเลี่ยง ก็จะมีคนถามบ่อยๆว่า ทำไมไม่กินปกติกิน เช่นช็อคโกแลต งี้ จะบอกว่าลดอยู่ เพราะใบหน้าที่สดใส ถามมากๆก็บอกไปเลย ปากเราจะกินไรไม่กินไรก็เรื่องของเรา เพราะเขาไม่ได้คบที่เรากินไม่กินรึหน้าเราพัง เขาคยที่นิสัย และการปฏิบัติต่อเขาเครียดง่าย ปกติไม่ค่อยเครียด


 4. เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
รักษา 1 ปีคะ ประมาณ


5. สภาวะปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ระบบขับถ่ายดีอารมณ์ดีขึ้นไม่แปรปวนระบบภายในใต้ผิวหน้าแข็งแรงระบบเลือดดีระบบพลังงานก็ไปทิศทางที่ดีไม่ทำให้เครียดระบบการทานอาหารก็ชินกับการเลือกทาน รึทานอาหารขยะ รึรับสิ่งไม่ดีก็มีวิธีจะเคลียร์ออก

6. จุดหลักที่ทำให้สิวหายคืออะไร?
เริ่มจากความคิดเลยคะอย่าไปเครียดเลยเริ่มจากอดทนและวินัยเริ่มจากความเชื่อในสิ่งที่ลงมือทำและปฏิบัติกับตัวเอง


7. อยากให้กำลังใจอะไรกับรุ่นน้อง?
อดทนนะคะทุกอย่างจะผ่านไป มีวินัยกับตัวเอง ใส่ใจกับแนวที่ตัวเองเลือกทำค่ะ เชื่อมั่นว่าตัวเองต้องหาย เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นสิว อย่าโฟกัสสิว จะทำให้เครียดง่าย สู้ๆค่ะ 

คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณแตง ปทุมธานี

คุณแตงเป็นตัวอย่างของเคสที่มีปัญหาสิวจากภาวะน้ำเหลืองเสีย ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้ดูแลตัวเองตามแนวทางธรรมชาติสูตรสิวซีเคร็ตโซลูชั่น จะมีอาการแพ้เหงื่อตัวเอง และ จะมีผื่นคันที่รุนแรงเป็นประจำ เมื่อได้เข้าใจแนวทางธรรมชาติแล้ว ก็สามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ปรับสมดุล ล้างพิษ แก้อาการต่างๆ ได้ด้วยตัวเองได้ จนปัจจุบันมีผิวที่สุขภาพดีขึ้นมาก ผิวแข็งแรง เรียบเนียนขึ้นมาก และอาการแพ้เหงื่อก็ค่อย ๆ หายไปเมื่อร่างกายและจิตใจเย็นลงและสะอาดขึ้น หากรับสิ่งไม่ดีเข้ามา ร่างกายก็จะแสดงออกหรือขับออกได้อย่างรวดเร็ว

1. สภาวะก่อนรักษาสิวแนวทางนี้เป็นอย่างไร?
เป็นคนหนึ่งที่กังวลเรื่องสิว สิวและรอยเยอะมาก ไม่เคยคิดว่าผิวจะมาได้ไกลขนาดนี้ จนหลายครั้งไม่อยากออกจากบ้านไปไหน แต่ชีวิตต้องพบปะผู้คนด้วยอาชีพ ด้วยหน้างานที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คำถามที่สร้างความกดดันจนทำให้ไม่เป็นตัวเอง คือ ไปทำอะไรมาถึงเป็นสิวเยอะขนาดนี้ คงไม่มีใครอยากจะเป็น ถ้ามันเลือกได้ หลังจากต่อสู้กับความคิดตัวเอง จึงส่องกระจกและพูดว่า”ฉันต้องหาย ฉันต้องสวยหน้าเนียนใส” เป็นคำพูดที่ดูแล้วเป็นไปได้ยากมากในขณะนั้น หลังจากคิดใหม่ก็พูดกับคนที่พบปะด้วยว่า กำลังรักษาแพ้ยา และเริ่มกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้ง


2. ทำอะไรบ้างตอนรักษาแนวธรรมชาติ?
งดอาหาร ลดหวาน เริ่มกินผักมากขึ้น งดนมวัว ทานข้าวน้อยลง งดเส้นอาหารแปรรูป งดฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย เน้นผัก พยายามคิดบวก ปรับระบบนอน ดีท็อกซ์ลำไส้ ปรับการขับถ่ายให้เป็นไปตามปกติ ออกกำลังกาย อบตัวเคลียพิษภายใน ดูแลตัวเองให้ดีประมาณ 60% ในหนึ่งวันค่ะ อีก 40% คือใช้ชีวิตตามปกติ


3. พบอุปสรรคอะไรบ้าง แก้ยังไง?
รู้สึกอยากกินอาหารขยะทั้งหลาย และต้องคอยตอบคำถามคนรอบข้างว่าทำไมไม่กินอันนี้ ทำไมไม่กินอันนั้น ทำไมถึงกินไม่ได้ มันช่วยได้จริงหรอ เราก็ตอบตามหลักการที่อ่านและเรียนรู้มา ตอบทุกคำถาม ตอบจนแบบเห้อชีวิตฉัน ไม่กินมันก็เรื่องของฉัน


4. เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ปลายปี 2562


5. สภาวะปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ระบบขับถ่ายดีขึ้น เข้าใจร่างกายมากขึ้น ขจัดความเครียดได้ดีขึ้น รอยและสิวลดลงอย่างเห็นได้ชัด 


6. จุดหลักที่ทำให้สิวหายคืออะไร?
นอนพักผ่อนเยอะ การเลือกการทานอาหาร การออกกำลังกาย และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์

7. อยากให้กำลังใจอะไรกับรุ่นน้อง?
สู้ๆนะคะ อดทนจนผ่านไปได้ด้วยกัน เป็นกำลังให้คนเพิ่งเริ่มต้นรักษาสายนี้ค่ะ แล้วเราจะภูมิใจในผิวหน้าเราเองค่ะ

คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณปุ้ย กทม.

สวัสดีค่ะ ชื่อปุ้ยนะคะ อายุ 22 ปี รู้จักสิวซีเคร็ตตั้งแต่สมัยเรียนปี 1
ตอนนั้นเรียนวิชาอายุรเวทแล้วอาจารย์ให้มาหาข้อมูลทำรายงานเพิ่มเติม
ข้อมูลที่พอจะหาได้ในเวอร์ชั่นภาษาไทยก็มาจากเว็ปไซต์สิวซีเคร็ตเป็นส่วนใหญ่นี่ล่ะค่ะ

เกริ่นมาเยอะแล้วมาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าเนอะ…จริง ๆ เป็นคนที่มีภูมิหลังเป็นภูมิแพ้ที่เกี่ยวกับผิวหนังมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เป็นผื่นแพ้ทุกสิ่งอย่างแบบง่ายมาก ๆ แพ้น้ำ (ที่ใช้อาบ) แพ้หญ้า แพ้แมลง แพ้ฝุ่น แพ้อาหารการกิน

หรือแม้กระทั่งแพ้เหงื่อของตัวเอง ช่วงประถมก็มีสิวขึ้นที่ใบหน้าทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีประจำเดือน หน้าดูแก่กว่าเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน ก็ใช้วิธีไปรักษากับคุณหมอที่คลินิกผิวหนังโดยการทำทรีตเมนต์กับรับยามาทาที่บ้าน

ก็เป็นวงจรอยู่แบบนี้ทุกครั้งที่สิวขึ้นหรือหน้าแพ้เห่อเพราะไปโดนอะไรมา
จนมาช่วงมัธยมปลายที่การรักษาแบบนี้มันช่วยเราได้น้อยมาก คือไปรักษาหลายครั้งก็ยังไม่ดีขึ้น

เปลี่ยนคลินิกก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าการรักษาในครั้งแรก ๆ
เราก็เริ่มรู้สึกเอะใจนะแต่ก็ยังไม่ได้มีความรู้อะไรมากว่าควรจะใช้วิธีไหนในการดูแลตัวเอง

จนได้เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต มันทำให้เราค่อย ๆ เข้าใจ “ ชีวิต” ของตัวเองมากยิ่งขึ้น เข้าใจธรรมชาติของร่างกาย รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับจิตใจ

บวกกับความเป็นคนขี้สงสัย และไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ทำให้เวลาว่างเราเองก็หาข้อมูลใหม่ ๆ
จากการอ่านหนังสือและพบปะผู้คน

อ่านไปอ่านมามันก็จะเจอบางจุดที่เราสามารถนำมาผสมผสานเข้ากับความรู้ที่ได้มาจากการเรียนในคลาสที่มอ

จากนั้นก็ลองทำเพื่อทดสอบกับตัวเอง ปรับแก้ไปเรื่อย ๆ ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเรา
ซึ่งเราว่าเราก็อินแล้วก็สนุกกับมันนะ ประจวบกับช่วงที่ชีวิตเดินทางมาถึงทางแยกที่จะต้องเลือกพอดี

ปัญหาที่เราเผชิญอยู่มันไม่สามารถเยียวยาด้วยวิธีเดิมที่เราเคยใช้ต่อไปได้อีกแล้ว
เราจึงต้องต้องยอมสลายตัวตนเก่าแล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ ตอนนั้นพลังชีวิตเหลือแบบจำกัดมาก

รู้สึกว่าแค่สามารถใช้ชีวิตให้ผ่านไปได้จนหมดวันก็เก่งแล้ว โทรมแบบขั้นสุด เพื่อนเห็นก็ตกใจ มีแต่คนทักว่าทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย สิวนี่เต็มหน้า ใต้ตาก็คล้ำ ผมฟู ตัวบวม อึดอัดไปหมด

ภูมิแพ้ผิวหนังก็เริ่มกลับมาขึ้นตามร่างกาย
ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อตัวเองได้ก็ใช้ชีวิตแบบจมอยู่กับปัญหามาสักระยะ
จนเริ่มรู้สึกได้เองว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้น ฟีลแบบเหลือทางเลือกแค่ 2 ทางให้กับชีวิต

คือจะอยู่แบบเดิมแล้วให้ชีวิตมีแต่แย่กับแย่ลง

หรือจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่มันจะค่อยๆสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น

ซึ่งวันที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้ชีวิตมันดีขึ้นอะ เรารู้เลยว่ามันเป็นงานแบบตลอดชีพนะ

คือถ้าเดินทางสายนี้แล้วมันจะไม่มีการมากำหนดว่าให้เวลาเท่านี้แล้วสิวจะหาย เพราะจริง ๆ
แล้วเราสามารถฝึกหรือพัฒนาจุดด้อยของเราได้ตลอดเวลา..ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ
และที่สำคัญคือการทำอย่างสม่ำเสมอจนมันเป็นไปเองตามธรรมชาติ คลอไปกับอารมณ์ที่เป็นไปในทางบวกคือต้องอินกับสิ่งที่ทำอยู่จริง ๆ อะ ไม่อย่างนั้นมันจะแก้ได้แค่ผิวของปัญหา แต่รากของปัญหาก็ยังคงอยู่ และพร้อมจะปะทุออกมาได้อีกเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เหมาะสมมากระตุ้น

ซึ่งตอนนั้นแน่นอนว่าเราต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้าอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญมาลำดับแรกเลยคือการนอนหลับ
เพราะช่วงเวลาที่เราได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามนาฬิกาชีวิต

ร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมตัวเองในระดับที่อาหารเสริมหรือวิตามินตัวไหนก็ไม่สามารถทำได้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าและไม่มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในระยะยาว เราจึงเปลี่ยนเวลาในการเล่นโทรศัพท์กับทำการบ้านช่วงหัวค่ำมาเข้านอนให้เร็วขึ้น แล้วค่อยตื่นมาสะสางงานที่คั่งค้างในตอนเช้าแทน

ซึ่งในตอนแรก แน่นอนว่าระบบมันรวนไปหมดและเกิดปัญหากับการจัดการที่ไม่ดีพออยู่แล้วสำหรับมือใหม่ฝึกหัดอย่างเรา

พอเข้านอนก่อนเวลาก็นอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา กว่าจะหลับได้ก็คงเป็นเวลาพอ ๆ
กับตอนที่ไม่ได้เข้านอนให้เร็วขึ้นนั่นหล่ะ พอตื่นเช้าไปก็ง่วง บางวันเผลอหลับต่อ งานที่กะจะเอามาทำตอนเช้าก็ไม่เสร็จ

แต่ก็ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ปรับแก้กับปัญหาที่เจอเป็นรายวันไป

สิ่งที่สำคัญกับเราในตอนนั้นคือเรายังยืนยันในสิ่งที่เราเลือกด้วยการ “ฝืน” ทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ต่อไป

ใช้การสวดมนต์ก่อนเข้านอนสลับกับการฟังดนตรีแนว healing ช่วยให้จิตใจสงบ ก็ทำให้หลับได้ง่ายขึ้นในบางวัน

ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าผลที่ออกมามันจะดีขึ้นแบบที่คิดไว้หรือเปล่า แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เฉย ๆ
แล้วรู้ว่าปลายทางมันมีแต่แย่ลงละกันวะ!!!!

ต่อมาเราเลือกปรับเรื่องอาหารการกินและให้ความสำคัญกับคุณภาพของการขับถ่าย ปกติถ่ายเกือบทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ่ายไม่สุด สีของอุจจาระจะค่อนไปทางดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ

เลยหันมาทำอาหารกินเองเพราะเราสามารถเลือกวัตถุดิบเองได้ ลดโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ย่อยยากแล้วหันมาเพิ่มผักกับผลไม้ จำได้ว่าช่วงนั้นกินเต้าหู้แทนเนื้อสัตว์บ่อยมาก หมูสับ 1
แพ็คอยู่ได้เป็นอาทิตย์ วัตถุดิบที่เลือกใช้ก็กึ่งไปทาง vegan ปฏิเสธผงปรุงรสที่มีส่วนผสมของผงชูรสทุกชนิดส่วนข้าวก็ยังกินปกติ จะมีสลับกับ เผือก/มัน/กล้วย/ข้าวโพด ต้มหรือย่างบ้างเวลาเบื่อ ๆ

โชคดีที่เป็นคนให้ความสำคัญกับมื้อเช้ามาก ก็จะจัดหนักจัดเต็มกับมื้อเช้า แล้วก็ไปลดมื้อเย็น

ส่วนเรื่องการทำอาหารตอนแรกก็คิดนะว่าแค่เรียนก็หนักแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ แต่พอลองจัดสรรเวลาดูดี ก็ทำให้รู้ว่าเวลาที่ใช้เล่นโทรศัพท์นั่นแหละเอาไปทำอะไรดี ๆ ให้ร่างกายตัวเองได้เยอะแยะเลย

ตลกตรงที่เพื่อนกับอาจารย์ก็อเมซิ่งมากที่เราสามารถทำอาหารใส่กล่องไปกินเองที่มอได้ด้วย

อ๋อ..แล้วก็ช่วงนั้นใช้ตัวดีทอกซ์ยี่ห้อหนึ่งช่วยเพราะต้องการขับของเสียออกจากลำไส้ แต่กินอยู่ได้ไม่นาน ก็หันมาดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นหนึ่งแก้วในตอนเช้าก่อนแปรงฟัน (ปัจจุบันเพิ่มเกลือดำเข้าไปด้วย)

บางวันก็ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับน้ำผึ้ง มะนาว และเกลือ หรือน้ำมะนาวกับโซดาดื่มในตอนท้องว่าง

ส่วนระหว่างวันเราจะดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตร โดยจะไม่ดื่มทีเดียวเยอะ ๆ แต่จะค่อย ๆ แบ่งจิบระหว่างวันไปจนครบ

จำได้ว่าตอนนั้นซื้อน้ำขวดใหญ่ (1.5 ลิตร) ในเซเว่นวันละ 2 ขวด ซื้อตอนเช้าหนึ่งขวดสำหรับแบ่งจิบภายในครึ่งวันเช้า ตอนบ่ายค่อยซื้อเพิ่มอีกขวดแล้วแบ่งจิบไปจนถึงตอนเย็น

นึกไปนึกมามันก็น่าขำ คนอะไรแบกขวดน้ำเดินไปไหนมาไหนด้วยท้างงงวัน555 เรื่องของการกิน นอน และขับถ่ายเนี่ยเค้าจะสัมพันธ์กันอยู่แล้ว

เราก็มีหน้าที่สังเกตผลลัพธ์ซึ่งก็คือสี กลิ่น ลักษณะของอุจจาระ และความรู้สึกหลังขับถ่ายเสร็จ

เมื่อทำเป็นนิสัยจนลืมไปแล้วว่าเคยฝึกเข้านอนให้ตรงตามเวลาของนาฬิกาชีวิต เปลี่ยนอาหารการกิน และขับถ่ายอุจจาระได้เป็นปกติ ค่อยไปส่องกระจกดูคนตรงหน้าว่าหน้าตาสดชื่นแจ่มใสดูมีพลังในการใช้ชีวิตขึ้นมาบ้างไหม

ส่วนเรื่องสิวถ้าเป็นแบบเยอะมาก ๆ มันอาจจะไม่ได้หายไปเร็วดั่งที่ใจเราคาดหวัง แต่ให้ลองสังเกตจากอาการแพ้แสงแดด แสบ คันยุบยิบ หรืออาการอักเสบของสิว ว่าพอเจอแสงหรือฝุ่นแล้วอาการเหล่านี้เป็นน้อยลงไหม ถ้าเป็นน้อยลงก็แสดงว่าชีวิตของเรามีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองนี่แหละคือหลักฐานชั้นดีว่าสิ่งที่เราทำไปมันไม่สูญเปล่าและเราเดินมาถูกทาง

ส่วนทางที่เหลือจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่หลาย ๆ คนต้องการซึ่งก็คือหน้าใสไร้สิวจะมาถึงช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ “ตัวเรา” นั่นแหละว่าจะทำมันให้ออกมาได้ดีแค่ไหน

เรื่องของสภาพจิตใจก็เป็นอะไรที่สำคัญมากและเชื่อมโยงอยู่เสมอกับทางกายภาพซึ่งก็คือร่างกายของเรานั่นเอง

จริง ๆ แล้วหัวใจหลักของฐานใจที่ทำให้เราสามารถก้าวผ่านสภาวะแย่ ๆ แบบเดิมมาได้คือ
“การยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริง”

การยึดติดกับเรื่องราวที่ไม่สวยงามในอดีตก็เหมือนกับการที่เราสะสมขยะไว้ในบ้านซึ่งก็คือร่างกายของเรา ทุก ๆครั้งที่เราคิดถึงมันและยังรู้สึกได้ถึงอารมณ์เก่า ๆ ราวกับว่าเรื่องราวนั้นเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ อารมณ์ลบ ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกหัวเสีย โกรธ หรือฉุนเฉียวได้ใหม่อีกครั้งแม้ว่าเหตุการณ์นั้นได้จบลงไปนานแล้วนั่นหล่ะคือขยะที่เราสร้างไว้ให้ตัวเราเอง

ลองย้อนกลับไปนึกดูว่าในวัน ๆ นึงเราสร้างขยะให้ตัวเองมากมายแค่ไหนโดยที่เราไม่ทันได้รู้ตัว

กุญแจสำคัญดอกแรกของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ “การไม่สร้างขยะเพิ่ม” ในช่วงแรก ๆ เราใช้การอยู่กับลมหายใจ ตามที่คุณยายจ๋า หรือแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน ได้เคยสอนเอาไว้

ไม่ว่าจะมีอีกสักกี่ห้วงความคิดที่มันยังวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่เรารู้สึกตัว
ให้เรากลับมาบอกกับตัวเองว่าเรากำลังหายใจอยู่ แล้วเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจเข้า-ออกของตัวเอง

มันทำให้เราไม่หลงไปกับอารมณ์ลบที่ความคิดเราสร้างขึ้น ทำแรก ๆ มันก็ยาก ในขณะที่เรารับรู้ลมหายใจของตัวเองอยู่

มันจะมีบางช่วงที่เดี๋ยวก็หลุดกลับไปคิด เป็นแบบนี้สลับกันไปมา ทั้งเหนื่อยและท้อใจ หลาย ๆ ครั้งที่นอนน้ำตาไหลอยู่คนเดียวบนเตียง ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวอะไร ๆ มันก็คงดีขึ้น แล้วมันก็จริง

เมื่อเรายืนยันในการสร้างนิสัยใหม่ของเรามากพอ ของเก่ามันจะค่อย ๆ ถูกถอนออกมา จากที่เคยหลุดกลับไปคิดบ่อย ๆ เราก็อยู่กับเรื่องราวในปัจจุบันได้มากขึ้น

กุญแจดอกที่สอง ที่เราได้พบหลังจากได้เจอกับผู้หญิงอีกคนที่ชื่อ เก๋ วรารักษ์
หรือที่เราเรียกว่า ครูเก๋ คือ “การเอาขยะเก่าออกไป” ด้วยการฝึก tension & trauma releasing exercise และการหัวเราะแบบไร้เงื่อนไข

นอกจากนี้ครูเก๋ยังสอนให้เรารู้จักศิลปะบำบัดผ่านแมนดาลาและเครื่องดนตรีของเธอ
ซึ่งทุกบนเรียนจากครูที่เราได้รับมันช่างเรียบง่าย (ในวิธีที่จะปฏิบัติตาม) หากแต่ทรงพลัง

สารภาพตามจริงนะแม้ว่าวันนี้เราจะสามารถยิ้ม หัวเราะ และมีความสุขกับเรื่องง่าย ๆ ได้ หัวใจของเราก็เบาสบายขึ้น มีพลังชีวิตมากพอที่จะเริ่มทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้าง ส่วนสภาพผิวหน้าก็อยู่ในจุดที่เราพอใจแล้ว เราก็ยังได้ใช้การระบายสีแมนดาลาที่ครูสอนมาอยู่เลย เพราะในทุก ๆ วันเรามักได้รับแรงกระทบจากคนหรือสื่อที่เราพบเจอ

บางวันก็ระบายเพื่อระบายมันออกมา วันไหนที่สงสัยก็ระบายเพื่อถาม แล้วก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะได้คำตอบ

แต่จากชีวิตที่ผ่านมาก็ทำให้เราได้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องรู้หรือเข้าใจไปก่อนในทุกเรื่อง การลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

หัดตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัย และพยายามค้นหาคำตอบ จะนำมาซึ่งความเข้าใจและคำตอบที่แท้จริง

เพราะผลลัพธ์นั้นจะประจักษ์แก่ตัวและหัวใจของเรา

อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าลองสังเกตให้ดีจะพบว่าวิธีที่เราเลือกใช้นั้นให้ความสำคัญกับ “การลงมือทำ”

เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองมากกว่ายี่ห้อของผลิตภัณฑ์ ทุกชีวิตมีความเป็น unique ในตัวของตัวเอง

ไม่มีวิธีที่เป็นสูตรสำเร็จไหนจะสามารถนำไปใช้แล้วได้ผลดีกับคนทุกคน

ถ้าวันนี้คุณตอบตัวเองได้แล้วว่าต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างแท้จริง และอยากลองดูสักตั้ง!!!

การทำความรู้จักกับทางเส้นนี้ด้วยข้อมูลบางส่วนจากผู้ที่เคยเดินมาก่อนก็มากพอที่จะทำให้คุณเริ่มต้นออกเดินไปได้

ความสุขระหว่างทางเป็นเรื่องที่คุณต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและรู้จักนำมาปรับแก้ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคุณเอง

สุดท้ายเป้าหมายจะกลายเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่คุณได้รับเมื่อคุณ ไม่..หยุด..เดิน

ส่งกำลังใจให้จากตรงนี้เสมอค่ะ
-ปุ้ย-

คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณนัน กทม.

สภาวะก่อนรักษาสิวแนวทางนี้
ก่อนจะมาแนวนี้นี่คือสิวเยอะมาก!!! คือจริงๆก็มีมาตลอดนะตั้งแต่เด็กเลย คือประถมนี่ก็จะมีแบบผดๆมาเรื่อยๆ พอมัธยมก็จะเริ่มเยอะขึ้นหน่อย ก็ไปหาหมอคลีนิค ไปก็ไม่หาย ไม่กินยานะคะ เน้นใช้แต่ยาทา พอไม่หายก็เลิกไป พอเข้ามหาลัยก็มี

จนพอเรียนจบถึงจริงจังกับการรักษามาก! ไปคลีนิคแบบจริงๆจังๆเลย แต่ไม่ทานยานะคะ เน้นยาทากับทำทรีทเม้นท์ หน้าคือดีค่ะ จนพอมาทำงานที่ต้องทำสลับ 2 อาทิตย์เช้า อีก 2 อาทิตย์ทำกลางคืน สักพักคุณสิวมากันแน่นเลยค่ะทีนี้!!! ที่หน้า แผ่นหลัง หน้าอก คือตรงไหนขึ้นได้คุณสิวขอจองพื้นที่เลยค่ะ หาหมอคลีนิคก็เอาไม่อยู่แล้วค่ะ ตอนนั้นคืองงมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนี่???

ที่นี้เลยลองเปลี่ยนแนวไปหาหมอแนว Homeopathy มั่ง ระหว่างนั่งรอหมอนี่แหละค่ะไปเจอหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับสิว ก็จะมีนักเขียนหลายๆคนมาเขียนเรื่องสิว เราก็ไปอ่านเจอของคุณบีมเข้าตอนนั้นก็จดชื่อบล็อคไว้ก่อน ก็พบคุณหมอไป คุณหมอบอกว่าสาเหตุที่คุณสิวมาบุกเยอะขนาดนี้เพราะเรานอนไม่เป็นเวลาร่างกายปรับตัวไม่ทัน แล้วยังไม่ได้ออกกำลังกายอีก แต่เราก็บอกหมอไปว่ามันก็คงเปลี่ยนไม่ได้อะค่ะ หมอก็บอกมันก็คงทรงๆไปแหละเราก็ตามนั้นอะค่ะ

จนพอเลิกทำแบบสลับกลางวันกลางคืนแล้ว แล้วทำตามที่หมอบอกคือออกกำลังกายให้เหงื่อออกอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ตอนนั้นเลือกไปเรียนโยคะค่ะ แล้วก็ทานยาของหมอเป็นยาน้ำใสๆนะค่ะแนว Homeopathy เค้านะค่ะ แล้วก็ทำทรีทเม้นท์ด้วยทีนี้สักพักคือหน้าคือดีค่ะ ระหว่างนี้เราก็ตามอ่านแนวทางของคุณบีมมาเรื่อยๆนะค่ะ พอหน้าเราดีละเราก็หยุดไปหาหมอละค่ะ สักพักมันก็ยังมีมาเรื่อยๆอะค่ะ ทีนี้เราก็ลองไม่หาละหมอ ตามดูคุณบีมมาสักพักละเค้ายังหายได้เราก็ต้องหายได้แบบไม่พึ่งหมอบ้างสิ!!!

ทำอะไรบ้างตอนรักษาแนวธรรมชาติ?
ตอนรักษาแนวทางนี้ก็จะเน้นเรื่องการกินอาหารมากขึ้นค่ะ จากคนที่ไม่ค่อยจะกินผักก็หันมาลองทำน้ำผักผลไม้ปั่นทานทุกเช้า ถ้าเลือกวัตถุดิบมาผสมในการปั่นดีๆนี่ก็อร่อยนะค่ะ อยากให้ทุกคนลองดูค่ะ ออกกำลังกายนี่ไปเจอโยคะแนวที่ชอบก็สนุกค่ะรักการออกกำลังกายไปเลย จากที่เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย กีฬานี่คือห่วยมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะไม่เคยเกินเกรด 2 เลยค่ะ ไม่ชอบกีฬาเอามากๆค่ะ! ยกเว้นว่ายน้ำคลองแถวบ้านปู่บ้านย่านี่ชอบมากค่ะ 555

พบอุปสรรคอะไรบ้าง แก้ยังไง?
อุปสรรคด่านแรกเลยคือเวลาค่ะ เพราะสมัยที่ยังทำงานนี่ก็ต้องมีทำโอที กลับบ้านดึก ก็ทำให้ต้องนอนดึกไปด้วย ตรงนี้คือแก้ไม่ได้ค่ะ ต้องทำใจค่ะ

อุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างคือนิสัยการกินค่ะ เป็นพวกสายแป้งค่ะ ชอบมากค่ะ ขนมปัง เบเกอรี่ ขนมหวานต่างๆนี่ คือแบบเห็นแล้วอดใจไม่ไหวตลอดๆ แก้ไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่ก็กินน้อยลงจากเมื่อก่อนมากนะค่ะ พอเริ่มรู้ว่ากินไปแล้วผลมันเป็นยังไงก็จะเริ่มๆเฟสตัวเองออกมา แบบไหนที่เคยกินแล้วรู้รสชาติแล้วก็จะเฉยๆค่ะ ไม่ได้อยากกินแล้ว แต่ถ้าอะไรแปลกใหม่มาถึงจะยั่วเราได้บ้างค่ะ 555

เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ต้องบอกก่อนนะค่ะว่าเป็นแนวปฏิบัติสายชิว คือเราปฏิบัติแนวนี้มาเรื่อยๆ ไม่ได้จริงจังเวอร์ ก็ยังมีนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา ขับถ่ายไม่ได้ทุกวัน ยังกินจั๊งฟู๊ดบ้าง ขนมหวานก็มา ก็เรื่อยเปื่อยอะค่ะ แต่น้ำปั่นกับโยคะนี่คือสม่ำเสมอมากค่ะเกือบทุกวัน เพราะชอบค่ะ คือทำอย่างนี้มา 4 ปี หน้าก็จะไม่ได้ดีเวอร์ ยังมีสิวบ้างนิดหน่อย แต่คือถ้าเทียบกับสมัยทำงานเป็นกะนี่คือมาไกลมากค่ะ!!!เราก็เลยพอใจแล้วละ

จุดเปลี่ยนจริงๆคือตอนท้องค่ะ เป็นคนที่แปลกนิดนึง ปกติคนท้องมักจะสิวขึ้นใช่ไหมค่ะ แต่เราพอท้องแล้วคุณสิวหายเกลี้ยงเลยค่ะ ทุกคนจะทักเกี่ยวกับผิวหน้าหมด คือหน้าเกลี้ยงผิวดีขึ้นแบบชัดเจนจนสังเกตได้ไงค่ะ แต่ช่วงท้องนี่บอกเลยว่าเน้นเรื่องการกินมาก!!! นอกจากน้ำผักผลไม้ปั่นแล้ว ยังกินสลัดผักอีก อาหารก็จะเน้นสิ่งดีๆมีประโยชน์ น้ำปั่นนี่ทานเช้าเย็นเลยนะค่ะ คาดว่าน่าจะจากตรงนี้ที่ทำให้หน้าเราดีชัดเจน ระบบขับถ่ายก็ดีไปด้วย ช่วงท้องนี่ถ่ายทุกวันจริงๆค่ะ เป็นเวลาด้วย ที่สำคัญไม่เครียดด้วยค่ะ เพราะตอนท้องนี่ทุกคนจะปฏิบัติกับคุณแบบสเปเชี่ยลนิดนึง 555

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ปัจจุบันคุณสิวเริ่มมาเยี่ยมเยียนบ้างแล้วค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเค้าหรอกนะค่ะ เพราะเราเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงกลับมาหาเราอีกครั้งค่ะ 555 เหตุเกิดจาก 3-4 ปีที่ผ่านมานี่เราไม่เคยได้นอนเป็นเวลาเลย กินข้าวก็ไม่เป็นเวลา คนที่มีลูกอ่อนจะเข้าใจดีค่ะ ออกกำลังกายนี่คือยากมากค่ะ พอจะเริ่มโยค่ะคุณลูกก็มาแย่งเสื่อแม่อีก! จบค่ะ!!! คุณสิวถึงได้เริ่มมาเยือนประมาณช่วงปลายปีที่แล้วอะค่ะ ถือว่าใช้เวลานานอยู่นะค่ะกว่าคุณสิวจะมาเยือนอีกครั้งนี่!!! 555 อาจเป็นเพราะเรื่องอาหารที่เราก็ยังทานเหมือนเดิมไงค่ะ ยังทานน้ำผักผลไม้ปั่นเกือบทุกเช้า ขนมถุงๆ น้ำอัดลม นี่คือเลิกกินไปตั้งแต่ตอนท้องแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้กินกันเลยทั้ง พ่อ แม่ ลูก เลยเป็นอานิสงส์ให้คุณสิวมาเยือนช้าหน่อย 😊

จุดหลักที่ทำให้สิวหายคืออะไร?
ต้องบอกเลยว่าสิวหายเพราะท้องจริงๆค่ะ อาจจะแปลกกว่าคนอื่นตรงนี้ แต่กว่าจะท้องเราก็ปฏิบัติสายนี้มาก่อนจนหน้าเราเริ่มดีขึ้นมากแล้วแค่ไม่ได้หายเกลี้ยงไงค่ะ เพราะเราเดินทางสายชิวอันไหนทำได้เราก็ทำ เอาที่สบายใจที่จะทำอะค่ะ ผลที่ได้ก็ตามสิ่งที่ทำแหละค่ะ 😊

อยากให้กำลังใจอะไรกับรุ่นน้อง
ถ้าเลือกจะมาทางนี้แล้วก็ขอให้ทำไปเถอค่ะ อันไหนทำได้ก็ทำค่ะ ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด แต่ถ้าใครเป็นสายฮาร์ดคอร์ก็ยินดีด้วยค่ะ คุณจะเห็นผลเร็วกว่าคนอื่นค่ะ แต่ถ้าไม่ไหวมาเดินทางสายชิวแบบเราได้นะค่ะ ค่อยๆเริ่มค่อยๆปรับไปค่ะ หาทางที่มันใช่สำหรับเรา ทางที่เราไม่ต้องฝืน ทำแบบสบายๆ ผลลัพธ์มันมาแน่นอนค่ะ แต่แค่อาจจะไม่ทันใจไงค่ะ แต่อย่าลืมนะค่ะว่ากว่าคุณสิวจะมาหาคุณนี่คุณผ่านอะไรมาบ้าง? คุณทำอะไรกับตัวคุณเองมาบ้าง? สะสมมาเท่าไหร่แล้ว? ลองนึกกันดูดีๆนะ มันต้องมีเหตุค่ะไม่งั้นคุณสิวเค้าไม่มาเยี่ยมเยียนกันหรอกค่ะ 555 กว่าเค้าจะมายังใช้เวลาจะให้เค้าไปก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันค่ะ เรานี่ไม่ได้เจอคุณสิวมา 3 ปี แต่สร้างเหตุที่จะทำให้พบกับคุณสิวไว้เยอะในที่สุดคุณเค้าก็กลับมาหาได้อีกเห็นไหมค่ะ! แต่อย่าไปซีเรียสค่ะ คุณเค้ามาได้เค้าก็กลับไปได้ค่ะ!!!
ช่วงที่มีสิวขับพิษก็อย่าไปโฟกัสกับคุณสิวเค้ามากค่ะ ใครมาทักก็ปล่อยผ่าน ทำเบลอ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปค่ะ เดี๋ยวพอเราหน้าดีขึ้นเค้าก็มาทักอีกแหละค่ะ 555

อยากให้ทุกคนลองดูคุณแม่เกด(คุณแม่ของคุณบีม)เป็นตัวอย่างนะค่ะ (ที่เพจ Long Do Ter – บีม) เมื่อก่อนคุณแม่ก็ผิวแย่มากนะค่ะแต่ทุกวันนี้ท่านผิวดีขึ้นเยอะมาก แล้วท่านวัยเกษียณแล้วนะค่ะผิวท่านยังฟื้นฟูได้ขนาดนี้ ทุกคนที่ได้มาอ่านบทความนี้คาดว่าคงไม่มีใครอายุมากกว่าท่านแน่นอน ยังไงผิวและระบบต่างๆในร่างกายย่อมฟื้นฟูได้เร็วกว่าท่านแน่นอนค่ะ ขอแค่เริ่มค่ะ อย่าท้อนะค่ะ ค่อยๆเปลี่ยนให้มันเป็นสิ่งที่คุณทำมันได้ทุกวันแบบไม่ต้องมาฝืน ไม่ต้องมาใช้คำว่าอดทนทำไป เพราะถ้าแบบนั้นมันมีวันที่ตะบะแตกแน่นอนค่ะ แต่ถ้าเราค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปแบบนี้มันยั่งยืนกว่าค่ะ แล้วก็รู้สึกดีกว่าด้วยค่ะ

อยากจะบอกว่าผลพวงของการเดินสายนี้คือตั้งแต่คลอดลูกมานี่ 3-4 ปีแล้ว อดหลับอดนอนแค่ไหนเราก็ไม่เคยป่วยเลยนะค่ะ ยกเว้นครั้งเดียวที่ลูกป่วยแล้วเราติดลูกมาค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ติดอีกแล้วนะค่ะ สุขภาพแข็งแรงมากค่ะถึงแม้จะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็เถอะ! เห็นไหมค่ะเดินทางสายนี้นอกจากจะบอกลาคุณสิวได้แล้ว ยังได้สุขภาพที่แข็งแรงเป็นของแถมด้วยนะค่ะ

อย่าลืมนะค่ะคุณสิวมาได้คุณสิวเค้าก็ไปได้นะค่ะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นสัจธรรมจริงๆค่ะ 😊

ถ้าพร้อมแล้วก็ลงมือทำกันเลยค๊าาาาาาา 😊

Success Story : สิวหายเพราะเชื่อมั่นและศรัทธา by อจ.บิ๊ว

เส้นทาง “ผิว” ของ “บิ๊ว”

ถ้าจะให้พูดถึงเส้นทางการเป็นสิวของบิ๊วนั้นมันยาวนานมากจนบิ๊วแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเอาจริงๆ ก็ใช้ชีวิตแบบปกติมาตลอด กิน เที่ยว เล่น แต่งตัวเหมือนคนปกติทั่วไป

ถามว่าถึงขั้นเอามาเป็นปมด้อยของตัวเองมั๊ย ก็ไม่ เพราะช่วงที่เป็นสิวตอนนั้นมันเด็กมาก ยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย แต่ที่จำได้ก็ไปหาหมอสิวตลอด ช่วงที่หาหมอสิวหน้ากับผ้าขนหนูก็จะมีกลิ่น BP ที่เป็นตัวทาก่อนล้างหน้ามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับตรงนี้ก็คิดว่า โอเคก็ไปแล้วมันหาย กินยาแก้อักเสบอาทิตย์นึงไม่รู้กี่เม็ด พอมันเริ่มหายก็ไม่กิน ไม่ไปหาหมอ พอมันเริ่มกลับมา ก็ค่อยไปหาอีก ทำแบบนี้มาตลอด

จนวันนึงมันก็มาถึงวันที่กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย ยาตัวที่เคยทาก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวยาที่แรงขึ้น ต้องทาบางๆ ไม่งั้นหน้าก็แห้งมาก ส่วนตัวกินก็เปลี่ยนเป็นตัวกินที่แรงกว่าเดิมมากถึงขั้นต้องมีการเซ็นต์รับทราบหรือยินยอมอะไรซักอย่างซึ่งตอนแรกก็ได้กินที่โดสปกติ แต่ปรากฏว่าสิวมันไม่ลงก็เลยได้กินในโดสที่ค่อนข้างสูง

แต่แม่เจ้า สิวมันลงไปอย่างรวดเร็วอย่างกับเสกได้ ก็กินแบบนั้นมาพักใหญ่ (จำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไหร่เพราะนานมาก) จนกระทั่งไม่มีสิวขึ้นมาเลย (ก็อาจจะมีบ้างแต่มันก็ไม่ขึ้นมาเต็มหน้า) แต่สิ่งที่ได้กลับมาช่วงนั้นคือ หนังศีรษะแห้ง แห้งมาก แห้งถึงขั้นหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ถึงขนาดที่ว่าสระผมยังไม่ทันได้เป่าให้แห้งก็มีติดอยู่บนเส้นผมแล้ว และอาการนี้ก็เป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลจากการกินยาตัวนั้น (จำชื่อยาไม่ได้แล้ว)

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สิวหายก็โอเค แล้วหลังจากนั้นพอไม่ค่อยมีสิวแล้ว เราก็หยุดไปหาหมอ (เหมือนเดิม) แต่มันก็ไม่มีขึ้นมาอีกเลย แต่สภาพผิวหน้าก็ไม่ได้ดีอะไรนะคะ หมองๆ มันๆ อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน การดื่มน้ำคือทำร้ายร่างกายตัวเองหนักๆ สุดๆ มาหลายปี

เริ่มตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มเที่ยว ดื่มแอลกอฮอล์ คือเที่ยวหนักเลย ยาวมาจนเรียนป.โทจบแล้ว ช่วงป.โทก็หนักทั้งทำงานทั้งเรียนเพราะทำงานวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็เรียน อาหารการกินไม่ได้ดูแล ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลัง แต่ก็ไม่รู้ทำไมว่าสิวมันถึงไม่ขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน ก็มีขึ้นบ้างแต่ไม่เยอะก็เลยไม่ได้สนใจอะไร

ยาวมาจนถึงช่วงปี 2553 ซึ่งช่วงนั้นเราเห็นว่าสิวมันเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว ก็เลยไปหาหมอแต่ทีนี้คือไม่กลับไปหาหมอที่เคยหาแล้วเพราะว่าไปแล้วเว้นช่วงนานมาก เราก็ขี้เกียจไปตอบคำถามเลยไปหาที่ใหม่ ไปหาที่นึงก็ได้ตัวยาเหมือนเดิมเลยแต่ก็ไม่หาย ขั้นตอนเหมือนเดิมทุกอย่าง พอทาตัวเบาแล้วไม่ลงก็ได้ตัวทาที่แรงมากกว่าเดิม พอกินตัวแก้อักเสบแล้วไม่ลงก็ได้กินยาที่แรงมากกว่าเดิม แต่ยาตัวนี้น่าจะเบากว่าตัวที่เคยกินนานมาแล้วแต่ก็มีให้เซ็นรับทราบและยินยอมเหมือนกัน (สังเกตจากโดสที่ได้กินตอนแรกเปรียบเทียบกับตัวแรงๆ ที่เคยกิน) ซึ่งการไปหาหมอครั้งนี้มันไม่หาย แล้วสิวมันก็ทยอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ก็คุยกันกับที่บ้านว่ามีหมอที่นึงดี เพื่อนไปหา ก็เลยเปลี่ยนที่ และที่นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ ไปครั้งแรกได้ยามาเหมือนเดิมทั้งตัวทาและตัวกิน แต่ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือหมอที่นั่นวิเคราะห์ผิวบิ๊วแล้วบอกว่าต้องทำสตรีม ซึ่งพอเราได้ยินแล้วเราก็ตกใจเพราะเราไม่เคยทำ เพราะจากที่เคยทำมาก็แค่ทรีตเมนต์กับกดสิวธรรมดา แต่หมอก็อธิบายว่าสิวมันไม่มีหัวก็ให้โดนไอน้ำเพื่อที่จะให้รูขุมขนเปิด เราก็เลยเบาใจเพราะเป็นหมอที่แนะนำให้ทำ ก็นัดเรามาทำอีกอาทิตย์นึงเลย

เราก็ไปทำปกติ ออกมาหน้านี่แดงเถือก ร้อนหน้าและคันมาก แต่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องปกติเดี๋ยวก็หาย แต่มันไม่เป็นแบบที่เค้าบอกเลย นอกจากหน้าจะไม่หายแดงแล้ว ยังมีสิวขึ้นเพิ่มมาอีกจากไหนก็ไม่รู้ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทุกวัน และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่าจะไม่ไปหาหมออีกแล้ว

ประกอบกับช่วงนั้นพี่บีมก็เริ่มขายสินค้าที่ปลอดสารและผลิตมาจากธรรมชาติ แล้วก็เอามาให้เราลองใช้ ซึ่งตอนนั้นเราก็เชื่อใจพี่สาวอยู่แล้ว ต้องบอกก่อนเลยว่าบิ๊วเป็นคนไม่ใช้อะไรกับหน้าไปเรื่อย เพราะเคยอยู่ครั้งสองครั้งที่เคยลองไปซื้อใช้พวกที่เป็นแบรนด์ที่ขายในตลาดที่โฆษณาในโทรทัศน์เพราะมีเพื่อนที่ใช้แล้วเค้าก็บอกว่าดี ได้ผล แต่พอเราซื้อไปให้เอง มันกลับไม่ได้ผล แถมมีสิวผดขึ้นอีก แต่นี่มันเป็นสิ่งที่พี่สาวแท้ๆ ของเราแนะนำให้ใช้ ยังไงเค้าก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราอยู่แล้ว

และด้วยความที่ตอนนั้นพี่สาวก็ใช้แนวทางธรรมชาติดูแลตัวเองมาพักใหญ่แล้วสิวมันก็หายไปจริงๆ เราก็เลยไม่ลังเลที่จะใช้เลย ก็ใช้ไปอยู่สองอาทิตย์ อาการมันดีขึ้น สิวลดลง สภาพผิวหน้าดีขึ้น และในตอนนั้นเองที่พี่สาวพูดกับบิ๊วว่า “บิ๊ว บิ๊วอยากหายจากสิวจริงๆ เลยมั๊ย ถ้าอยากหาย ทำตามที่พี่แนะนำ แล้วมันจะหาย” ก็ประมาณนี้นะคะ 555 แต่นางพูดประมาณนี้แหละ จากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองตามแนวที่พี่สาวเราศึกษาและก็ทำก่อนหน้าเรา

ล้างพิษครั้งแรกจนถึงการล้างพิษที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

จำได้ว่าการล้างพิษครั้งแรกของบิ๊วนั้นมันเป็นยาต้มเพื่อล้างพิษตับ (ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งพี่สาวบอกอยู่แล้วว่าถ้ากินตัวนี้สิ่งที่จะเกิดกับเราเลยก็คือสิวมันจะขึ้นนะ บิ๊วรับได้มั๊ย เพราะตอนนั้นสิวเราเริ่มลงไปแล้วกับผลิตภัณฑ์ที่พี่สาวให้ใช้ เราก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไร

คือพี่สาวกลัวว่าเราจะอายคนอื่นเพราะเราทำงานเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นคนที่ทำงานของมอ ของคณะ ของสาขาเกือบตลอดรวมถึงการสอนหนังสือและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย เราก็บอกว่าไม่อาย แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่จะแต่งหน้าด้วย (ปกติคนเป็นสิวส่วนใหญ่ชอบที่จะแต่งหน้าเพื่อปิดสิว) พี่สาวบอกว่าสิวมันจะออกมาจนหมดมันถึงจะหยุดออก เราก็บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา ก็เป็นตามที่พี่สาวบอกจริงๆ

แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติ ปกติจริงๆ เพราะอาหารการกินก็ไม่ได้ดูแล ที่ดูแลไม่ได้เพราะที่มอไม่ค่อยมีอะไรให้กินแล้วตอนนั้นก็กินแอลกอฮอล์ด้วย ไม่ได้ดูแลอะไรเลยเหมือนเดิม แต่ก็กินยาต้มตลอด แล้วก็ใช้สินค้าประคองผิวหน้าไป
แต่ด้วยความที่ว่ายาต้มมันพกพาไปไหนลำบาก คือต้องกินหม้อเดิมจนหมดทุกวัน ต้มลำบากก็เลยหยุดกินไป

หลังจากช่วงนั้นมาก็จะวนๆเวียนๆ เป็นแบบนี้คือ ล้างพิษลำไส้บ้าง ล้างพิษตับบ้างแต่ก็ไม่เคยดูแลตัวเองในทุกๆเรื่องหลังจากการล้างพิษเลย (นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้สิวไม่หายขาดเพราะเราไม่ได้ทำตามสิ่งที่พี่สาวแนะนำเต็มร้อย)

ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงช่วงกลางปี 2557 ที่สิวมันประทุขึ้นมามาก จนหน้านี่ร้อนไปหมด มีอาการปวดหัวตัวร้อน หายใจออกก็ร้อน เนื้อตัวก็ร้อนมากทั้งๆ ที่อากาศหนาว ก็เลยตัดสินใจไปล้างพิษ 3 คืน 4 วัน ซึ่งคราวนี้หลังจากออกค่ายล้างพิษมาเราก็พยายามดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่บ้าง แต่ไม่ดูแลเรื่องอื่นด้วย ช่วงนั้นสภาพจิตใจก็ไม่ดี (เรื่องอื่นนะคะไม่ใช่เรื่องสิว)

ก็อย่างที่บอกค่ะ ถึงจะเป็นสิวหนักแต่บิ๊วใช้ชีวิตปกติจริงๆ แล้วก็ไม่แต่งหน้าด้วย แต่งตัว ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นปกติเลย คือเสื้อยืด ชุดกระโปรง มีอะไรก็ใส่หมดค่ะ ก็แต่งตัวปกติ ออกไปไหนมาไหนปกติ แต่คนที่เห็นหน้าเราเค้าจะแบบว่าทำหน้าเหมือนสงสารบ้างเหมือนเวทนาบ้างแต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็หายแหละ มีคนเอานู่นนี่มาแนะนำเยอะมาก แต่เราก็อยู่ในแนวทางของพี่เรามาตลอด ใช้ของที่พี่เราขาย ใช้ของที่พี่เราแนะนำให้มาตลอด จนวันนึงสิวมันก็หายไปค่ะ แต่หน้าก็ยังเป็นหลุมๆ อยู่เพราะชอบแกะสิวมากกกกก 555 ไม่แกะก็แคะอยู่นั่นแหละค่ะ มือมันอยู่ไม่สุก

ก็ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณปลายปี 2557 ค่ะสิวมันก็หายไปพักนึงจนเราแน่ใจแล้วว่าสงสัยคราวนี้จะหายจริงๆ แล้วล่ะ แต่มันก็เหมือนว่ายังมีขึ้นมาอยู่บ้าง แต่เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ

พอเดือนเมษา 2558 ก่อนกลับบ้าน (ตอนนั้นไปเลี้ยงหลานอยู่เมืองกรุง) เราก็อยากจะล้างพิษตับ ก็กินตัวที่พี่สาวแนะนำปกติค่ะ คือต้องบอกก่อนว่าที่บิ๊วไม่กลัวการล้างพิษเพราะเรารู้ว่ากินแล้วสิวมันจะขึ้นแล้วตัวบิ๊วเองก็ไม่เคยมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการล้างพิษนะคะ แล้วอีกอย่างเราก็อุ่นใจที่มีพี่สาวคอยแนะนำแล้วก็ให้ความรู้สิ่งที่นางศึกษามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้ถามนางตลอดนะคะ อะไรที่สังเกตตัวเองได้ เราก็สังเกตเอง อะไรที่เรารู้แล้วว่าควรทำหรือไม่ควรทำเราก็จะรู้เอง อะไรที่ควรกินหรือไม่ควรกินมันก็จะรู้หมดค่ะ อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำ 555

เอาล่ะค่ะ กลับมาตอนนี้กันซึ่งถือเป็นจุดพีคสุดท้ายละเพราะหลังจากที่กินตัวล้างพิษตัวนั้น สิวมันก็ทยอยขึ้นค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวลอะไรเพราะเคยรับมือมาหลายครั้งแล้วเป็นครึ่งปีก็เคยมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเหมือนเดิม ผลคือมันยังมีออกมาอยู่ค่ะ โอ้แม่เจ้า จากที่เคยเบาใจว่ามันหายไปแล้ว มันก็กลับมาค่ะ แล้วตอนนั้นเองที่พี่บีมได้ไปเจอผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สิวหายไปจนถึงทุกวันนี้ บิ๊วใช้แล้วก็กินไปประมาณสองเดือนก็หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ผิวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ จนเราเหมือนได้ร่างกายใหม่ ได้ผิวใหม่ ซึ่งเราคิดว่าที่มันหายไปเพราะตัวที่เรากินมันเข้าไปปรับระบบใหม่เราทั้งหมด ล้างพิษเก่าออกจนหมดจดประกอบกับการล้างพิษที่เราเคยทำมาตลอดอยู่แล้ว

เพราะจากสิ่งที่เราได้ยินและเห็นพี่สาวพูดถึงตลอดก็คือสิวมันก็เป็นโรคอย่างนึง ถ้าข้างในยังไม่ดี ยังไงมันก็จะแสดงออกมาให้เห็นข้างนอกอยู่ดีถ้ามันยังเป็นพิษอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีที่มันจะแสดงออกมาให้รู้ เพราะก็มีคนหลายๆ คนที่ไม่แสดงมาทางสิวแต่ออกมาเป็นอาการอย่างอื่น หรือบางคนอาจจะไม่แสดงเลยจนรู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคระยะร้ายแรงแล้ว มันเลยทำให้เราเริ่มมาตระหนักว่า โอเค นี่คือร่างกายใหม่ของเรา ผิวใหม่ของเรา ถ้าเรายังกลับไปทำตัวเหมือนเดิม ยังไงมันก็จะกลับมาเป็นอีกอยู่ดี มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดใหม่ๆ

ปรับเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิต
บิ๊วเริ่มออกกำลัง เริ่มดูแลอาหารการกิน การดื่มน้ำ การนอนหลับพักผ่อน ต้องใช้คำว่า “ทำเท่าที่ทำได้” นะคะเพราะงานค่อนข้างหนักมาก แต่ด้วยความที่ว่าเราเริ่มมาดูแลตัวเอง มันก็เลยไม่หนักมากเท่าที่ควรจะเป็น

จริงๆ เรื่องออกกำลังตอนแรกๆ นี่ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ บิ๊วเริ่มจากการดื่มน้ำแล้วก็เรื่องอาหารการกินก่อน แล้วพอเราเริ่มจัดเวลาได้ (ไม่อยากใช้คำว่าไม่มีเวลาค่ะ เพราะพอเริ่มโตมาทำให้เราเรียนรู้ว่า ”ไม่มีเวลานี่ไม่มี มีแต่ไม่จัดสรรเวลา”)

เราก็เริ่มออกกำลังค่ะ ซึ่งไม่ใช่การออกกำลังหนักอะไรเลย ก็ทำท่าทางนู่นนี่อยู่ในห้องอาทิตย์ละ 3 – 4 วันๆ ละ 30 นาที ก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ พอเริ่มมาดูแลตัวเองเราเลยรู้ว่าร่างกายเราดีขึ้น ผิวเราดีขึ้น ระบบร่างกายเราดีขึ้น (เพราะเริ่มดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตรให้ได้ต่อวัน)

จริงๆ บิ๊วเป็นคนไม่ขาวค่ะ แต่ผิวมันผ่อง มันใส ใครๆ ก็ทัก อิอิ อันนี้จริงๆ ค่ะ ไม่ได้พูดเล่น แล้วพอร่างกายเริ่มดี น้ำหนักเริ่มได้ เราก็ไปบริจาคเลือดค่ะ พอร่างกายเริ่มดี จิตใจที่ดีอยู่แล้วมันก็ดีกว่าเดิม (ถ้าไม่เอาใจไปอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีหรือไม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี) ที่วงเล็บไว้นั่นกำลังจะบอกว่ามันก็มีบ้างที่เราเลือกที่จะอยู่หรือเลือกที่จะคิดในเรื่องที่มันไม่ส่งผลดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ก็ค่อยๆ ฝึกมาเรื่อยๆ ค่ะ

เอาจริงๆ เรื่องจิตใจนี่ต้องขอบคุณที่บ้านเลยค่ะ ทุกวันนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะทางครอบครัวด้วย เราก็ประคองกันมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอะไรมากมายระหว่างทาง เราก็ดูแลกันมาเรื่อยๆ จนพอสถานการณ์มันเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่เราก็ยังฝึกให้จิตมันดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พลังบวกที่บ้านเยอะมากค่ะ รับรู้ได้เลยจริงๆ แล้วนี่แหละค่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้สุขภาพจิตเราดี พอสุขภาพจิตดี กายก็ดีอะไรๆ ก็ดีไปหมดค่ะ “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” จริงๆ

เอาเป็นว่าบิ๊วขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกๆ คนที่เชื่อมั่นในแนวทางนี้นะคะ สำคัญคือรู้จักร่างกายตัวเอง รู้ใจตัวเอง ศึกษาแนวทางให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และนำไปปฏิบัติตามอย่างมีวินัย แต่ต้องทำด้วยใจที่สบายนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^

อจ.บิ๊ว
น้องสาวแท้ ๆ ของบีม
เจ้าของเพจ Build’s Good Health Story
(ในเพจมีรูปและคลิป Before มากมายเลยค่ะ ตามไปดูกันได้เลย)

มีหลายคนสอบถามหลังอ่านโพสต์นี้จบ ว่าสองเดือนนั้นที่บิ๊วรู้สึกว่า “สิวหายขาด” ไปจากชีวิตจริง ๆ บิ๊วใช้อะไร บีมจึงทำคลิปสัมภาษณ์บิ๊วมาให้ดูข้อมูลด้วยตัวเองนะคะ https://youtu.be/CizIb4DGxKI

 

Success Story : น้องน้ำฝน อาหารเปลี่ยนสิวได้จริง!

วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ มาอัพเดทเพื่อน ๆ กันค่ะ

มีน้องแฟนเพจ เขียนมาเล่าเรื่องราวที่เป็นผลลัพธ์จากการที่ได้ทดลองทำหลาย ๆ อย่างที่บีมสอนไว้ทุกช่องทาง (ย้ำว่าทุกช่องทาง น้องเขาอ่านละเอียดจริง ๆ และเอาไปลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ มาทุก Live ไม่ขาดการเรียนรู้เลยค่ะ) เป็นผลลัพธ์ของคนที่ “พึ่งตัวเอง”​ จริง ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ จึงขออนุญาตน้องนำเรื่องราวความสำเร็จนี้มาลงให้เพื่อน ๆ ที่กำลังติดตามและปฏิบัติอยู่ อ่านแล้วรู้สึกมีพลังใจเพิ่มขึ้นค่ะ จะได้มีแรงไปปฏิบัติกันต่อให้สำเร็จ ตามมาเลยค่ะ

collage-before-after-namphon

สวัสดีค่า หนูชื่อน้ำฝน อายุ 22 ปี อยากจะมาเรียนประสบการณ์การบำบัดสิวตัวเองค่ะ

ช่วงเดือนต้นมิ.ย.เดินทางไปตปท.เพื่อเรียนแลกเปลี่ยนเป็นเวลาเกือบ2เดือนค่ะ โดยพกอาหารสำเร็จรูป เช่น โจ๊ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องไป โดยช่วงที่ไปถึงสัปดาห์แรก ทานแต่อาหารพวกนี้เพื่อที่จะประหยัดเงินด้วย ก็ยังคิดอยู่ว่าเออมาสิงคโปร์ยังไม่ได้กินผักเลย แล้วสิ่งที่แปลกใจก็คือ อุจจาระเหม็นเน่ามาก ก็ยังคิดว่าห้องน้ำเขาไม่ดีรึเปล่า(ยังไม่รู้ตัว) แล้วที่มหาลัยก็มีชาไข่มุกอร่อย

ต่อมาพอของที่เอามาเองหมด ก็ไปซื้อมาเพิ่ม เป็นจำพวกปลากระป๋อง อาหารเวิร์ฟ บวกกับช่วงนั้นจะเป็นประจำเดือน ทำให้มีความอยากอาหารมาก กินไก่ทอดทุกวันเป็นเวลา1สัปดาห์เต็มๆ ไปเที่ยวก็เห็นว่าตัวเองพุงป่องมาก

แล้วเช้าของสัปดาห์ต่อมา ก็ต้องตกใจหน้าตัวเองเพราะสิวเม็ดเล็กๆ เต็มหน้าไปหมด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เป็นแต่หาครีมรักษาสิวมาใช้ก็ดีขึ้น แต่อยู่ๆก็มาเป็นอีกทั้งๆที่ใช้ครีมรักษาสิวตัวนั้นอยู่!!! ถามคนขายเขาก็หาว่าแพ้ครีมอะไรมารึเปล่า ทั้งๆที่ความจริงเกิดจากพฤติกรรมเราชัดๆ) วันนั้นตัดสินใจไม่ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวอีก(เพราะที่นี่ไม่มีแบรนด์ที่เราใช้ด้วย แถมราคาแพงอีก) ต้องใช้วิธีธรรมชาติจะได้ไม่เปลืองตังค์ ก็เสิร์ชหา “วิธีรักษาสิววิธีธรรมชาติ)“

แล้วก็ไปเจอคลิปครูบีมในyoutube เกี่ยวกับสิวอุดตัน ที่ว่า เกิดจากผิวขาดน้ำ กินไขมันเลว เลยตัดสินใจทำตาม แล้วเพิ่งนึกออกว่าผิวเราขาดน้ำได้ยังไง ก็คือ กินอาหารสำเร็จรูปซึ่งโซเดียมสูง ดื่มน้ำน้อย ขับถ่ายไม่ปกติ ล้างหน้ากว่าจะทาครีมผิวก็แห้งผาด

หนูเริ่มทำตามคำแนะนำครูบีมจากคลิปที่ฟังในวันที่ 3 ก.ค. ดื่มน้ำวันละ 2,500ml กินผักให้ได้ทุกมื้อ ไม่กินอาหารหวาน มัน ทอดเลย ออกกำลังกายทุกวัน ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดหน้าสิวเล็กๆหลุดติดตลอดค่ะ แล้วใช้มาส์กแบบลอกที่อ่อนโยน คอยดูดพวกสิวเล็กๆออก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

พอวันที่ 13 ก.ค.หนูเริ่มทำตารางบันทึกสุขภาพ ทำให้เรายิ่งมีวินัย หนูดื่มน้ำ Celery ปั่นแทน ถ้าชาไข่มุก (มีวันนึงอยากกินมาก เลยซื้อแบบไม่ใส่น้ำตาล ปรากฎว่าตาค้างนอนไม่หลับ เข็ดเลยค่ะ) แล้วไปเจอคลิปครูเก๋ หมอเกดธาตุเจ้าเรือน ก็เริ่มเล่นโยคะเพิ่มตอนเช้า พอกลับมาที่ไทย 31 ก.ค ทุกคนทักว่าผิวใสออร่ามาก สิวไม่สนใจมันแล้วเพราะมันน้อยลงเรื่อยๆ มีสิวขับพิษขึ้นประปรายแต่มันหายไปเองอย่างไรร่องรอย

แล้วไปอ่านเจออีกว่าเป็นสิวน่ะดีแล้ว ทำให้เรารู้ตัวกลับมาดูแลร่างกาย

ที่ครูบีมบอกว่า อาหารจะกลายเป็นผิว ทำให้การกินผักหรืออาหารที่มีประโยชน์เป็นเรื่องที่มีความสุขไม่ได้รู้สึกฝืนใจแต่อย่างใด ยิ่งทำยิ่งเชื่อเพราะเห็นผลจริงๆ

ต้องขอบคุณครูบีมที่แบ่งปันประสบการณ์ตัวเอง ทำให้คนเป็นสิว สิวหาย กลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วหนูก็ชักนำคนในครอบครัวให้ดูแลสุขภาพกันค่ะ เนื่องจากโชคดีที่บ้านหนูรู้จักหมอเขียว คุณแม่เคยไปเข้าคอร์สด้วยค่ะ เลยเข้าใจวิถีธรรมชาติ

❤️❤️❤️❤️❤️