คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณปิ๊ก เพชรบุรี

สภาวะก่อนรักษาแนวทางนี้เป็นอย่างไร?

ภาพจำที่จำได้ชัดคือ ทุกๆเช้าวันอาทิตย์ ต้องรีบไปให้ถึงคลินิกรักษาโรคผิวหนัง ให้เช้าที่สุด (ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 15 กม.) เพื่อจะได้เป็นคนแรกๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ไปทุกทีคนล้นคลินิกทุกที เป็นแบบนี้ราวๆ 4-5 ปี

วงจรชีวิตตอนนั้นทำงานจันทร์ –เสาร์ มีโอทีบางวัน วันอาทิตย์ตื่นแต่เช้า(เช้ากว่าทำงานอีก) หรือถ้าวันปกติเลิกงาน  5 โมงไปหาหมอกลับ 3-4 ทุ่ม ตอนนั้นไม่รู้สึกเหนื่อยนะคะ เพราะสิ่งที่เรากังวลที่สุดคือ  “สิวที่อยู่บนหน้า” คิดตลอดว่าทำยังไงให้สิวหาย รอยดำหาย โฟกัสแค่ตรงนั้น เราไม่เคยสนใจเรื่องความแข็งแรงของผิวหรือผิวอิ่มน้ำ  ไม่มีความรู้เรื่องผิวอะไรมากมาย คิดแค่ว่าผิวสวยคือไม่มีสิว ไม่มีรอย ตอนนั้นที่รักษาสิว รอยหายหน้าเกลี้ยงนะคะ แต่ตลอดเวลาที่รักษา กรดวิตามิน A ตัวหลักเลยค่ะ

รักษาจนวันนึงผิวแห้งกร้าน ดำ หมอง คล้ำ แบบไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็น ก็รักษาหมอเดิม หมอรักษาไปตามอาการ จนกระทั่งหมอบอกว่า “ถ้าเป็นหมอ หมอคงไปรักษาหมออื่นแล้ว” 

จนย้ายมาดูงานอีกที่ก็ยังวนเวียนเดิม ๆมันก้าวข้ามสภาวะนั้นไม่ได้ สิวยังเป็นๆหายๆ จนตอนนั้นเริ่มรู้สึกเหนื่อยหาหมอบ้าง ซื้อครีมเองบ้าง กลับสู่เบสิคไปที่พอกไข่ขาวบ้าง พอกโน่นนี่นั่นไม่ดีขึ้น  เพื่อนร่วมงานทักบ้าง ทำไมหน้าเป็นสิวอีกแล้ว หน้าปิ๊กอารมณ์ประมาณ 3 เดือนดี 4 สิวค่ะ วนไปแบบนี้ราวๆ เกือบ 4 ปี กว่าจะมาเจอครูบีม

ส่วนสภาพจิตใจ โชคดีที่มีความโดดเด่นในด้านสีผิวมาตั้งแต่เล็ก  โดนเพื่อนล้อตั้งแต่เด็กเลยค่ะ มันเลยพอมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง จะมีนิดนึงก็ตอนเค้าทัก ณ ตอนนั้น นอกนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ปิ๊กว่าหลักๆเลยสิ่งหนึ่งคือ เราต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองก่อน เอาจริงตอนนั้นคำทักคนรอบตัว มันไม่เท่ากะเราทำร้ายตัวเองด้วยการยืนเป็นพักๆหน้ากระจกแล้วมองหาสิวกะรอยดำหรอกค่ะ    

แต่เราไม่รู้สึกเบา สบายนะคะ ตอนนั้น เหมือนมันตึงๆหนักๆค่ะ คือลึกๆเราอยากหน้าใสอ่ะ เราะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ได้แค่นี้อ่ะ จะปลอบใจตัวเองแบบนี้ตลอด

“ปัญหาของปิ๊กตอนนั้นคิดว่าน่าจะเพราะเราโฟกัสสิว จนเราไม่มองอย่างอื่น เหมือนปิดทางอื่นๆอ่ะคะ ไม่ได้มองรอบๆ เราโฟกัสผิดจุด”

ทำอย่างไรบ้างตอนรักษาแนวทางธรรมชาติ?

เริ่มแรกคือปรับตามแนวทางครูบีมทุกอย่างเลยค่ะ กินผัก ผลไม้ปั่น ไม่ทานหวาน มัน เค็ม เบเกอรี่ ของทอด ผงชูรส  เนื้อสัตว์ นมวัว  เอาความร้อนออกจากร่างกาย ด้วยการดื่มน้ำวันละ 1.5 -2 ลิตร  ไล่ตามขั้นตอนมาเลยค่ะ

ตื่นเช้ามาดื่มน้ำทีอุณหภูมิห้อง ทานผัก ผลไม้ปั่น เลี่ยงอาหารต้องห้ามทั้งหมด ออกกำลังกาย กินระดมผลล้างลำไส้ ขับพิษ  นอนก่อนสี่ทุ่ม ทานโยเกิร์ตถั่วเหลือง ทานผักสดทุกมื้อ ทานสมุนไพรล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง นั่งสมาธิ เปลี่ยนวิธีคิด ฝึกหัวเราะ คือเคร่งมากๆๆตอนนั้น น้ำหนักแตะ 49 กก.ผอมมาก แต่ก็ปรับจนเข้าที่เข้าทาง จนตอนนี้ปกติ

สำคัญคือการสังเกตตัวเอง อย่างปิ๊กตอนนั้นก่อนจะรักษาแนวธรรมชาติรู้สึกว่าลมหายใจเราร้อน ตัวร้อน แต่เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไง แต่พอมาเจอแนวนี้ พอเราเริ่มรู้สึกว่าลมหายใจร้อนเราเอาของฤทธิ์เย็นเติม วันไหนรู้สึกขับถ่ายไม่คล่องเติมไฟเบอร์ เติมผัก ล้างสำไส้ คือต้องทำจนจับแนวทางโดยประมาณของตัวเองได้

ในส่วนของผิว ใช้ของครูบีมทั้งหมดค่ะ ชุดเบสิค ไม่ใช้อย่างอื่น ใช้แค่ไม่กี่อย่าง แต่ผิวแข็งแรงขึ้นมาก บางครั้งร่างกายจะมีขับพิษก็พอกด้วยโคลน ทำมาเรื่อยๆค่ะ

พบอุปสรรคอะไรบ้าง?

อุปสรรคหลักๆ ของแนวนี้คือ ใจเรา นี่แหละคะ

ด้วยความที่เห็นผลช้า ระยะเวลาในการรอนาน จนทำให้เราไขว้เขว้ว่า เฮ้ย!มันใช่เหรอ มันมาถูกทางเหรอ ไปเจออันนู้น บอกว่าหายใน 3 สัปดาห์  ชั้นทำแนวนี้มาจะปีแระสิวยังไม่หาย เอาไงดีว่ะ คิดแบบนี้วนเลยค่ะ  คนรอบตัวก็บอกว่านานไปนะ ยังไม่ได้ผลอีกเหรอ ลองตัวนี้มั้ย

อุปสรรคต่อมาคือ ความยุ่งยาก ความดูแปลกแยกจากกลุ่ม ที่เมื่อก่อนจะกินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ อันนี้ก็ไม่กิน อันนั้นก็กินไม่ได้  ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพค่อนข้างสูง

แก้ไขอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ก่อนที่เราจะมาเจอแนวนี้ เราใช้ชีวิตมาแบบไหน ทำร้ายร่างกายมายังไง   สิวมันคือผลที่แสดงให้เราเห็น เราต้องไปแก้ที่ราก รากตาย ผล ใบมันก็หล่น  พอเข้าใจแล้ว  แน่วแน่ค่ะ และมองภาพรวม เลิกโฟกัสสิว เราทำแล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง ร่างกายดีขึ้นมั้ย สุขภาพแข็งแรงขึ้นมั้ย ระบบขับถ่ายดีกว่าเมื่อก่อนมั้ย ลมหายใจ การนอนหลับ  คือมองบริบทก่อนเลยค่ะ  แล้วมันจะค่อยส่งออกมาข้างนอก  สิ่งที่ชัดมากสำหรับปิ๊กคือ ตั้งแต่ใช้แนวนี้ ไม่เคยเป็นหวัด ทั้งที่ในออฟฟิสเป็นกันทึกคน  ผิวหน้า เมื่อก่อนออกแดดแป๊บๆกลับเข้ามาหน้าหมองคล้ำกว่าจะกลับมาปกติต้องใช้เวลา  แต่ตอนนี้แทบจะไม่เป็นไร นอกจากเราตากนานจริงๆแต่ก็ฟื้นเร็ว

ส่วนอุปสรรคเรื่องความยุ่งยากและแปลกแยก เราแค่ไม่ตึงเกินเวลาเข้าสังคม เลือกกินในส่วนที่กินได้ ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราพกไปเอง แถมเผื่อเค้าด้วย เค้าไม่กินไม่เป็นไร เราเอากลับบ้านได้ ปิ๊กพกผักสดไปทานร้านข้าวเอง  พกผลไม้ พกของที่เราต้องใช้ แต่เราร่วมแจมกับเค้าได้ เค้านั่งปิ้ง ย่างหมูกระทะ เราพกผักไปกินกับหมูย่างแต่เลือกแค่ชิ้นเล็กๆให้หายอยาก น้ำจิ้มไม่ใส่ ไม่ปรุงรสเพิ่ม ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนตอนนี้ รอบตัวเลือกกินตามปิ๊กบ้างแล้วค่ะ คือเค้าเห็นว่ามันดี แต่อันไหนที่เค้าไม่ชอบเค้าไม่ตาม แต่เค้าไม่ได้รู้สึกแปลกแยก  ส่วนค่าใช้จ่าย แนะนำให้ปรับเลือกผักผลไม้ตามฤดูกาลค่ะ อันนี้ช่วยได้ ผักพื้นบ้านต่างๆ

สำคัญคือวิธีคิดของเราค่ะ มองความสุขของตัวเอง อันไหนไม่ดีข้ามไปบ้าง สิ่งที่ทำให้เราสุขจริงๆคือใจเรา  ยังไงก็ผ่านอุปสรรคไปได้ค่ะ

เริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่?

เริ่มเห็นผลทางด้านสุขภาพก่อน อันนี้ชัดสุด จากนั้นเรื่องสิวราวๆ1 ปี หลังทำแนวนี้ อย่างที่บอกค่ะ ปิ๊กกินกรดวิตามิน A เรื่อยมาตลอดระยะเวลาการเป็นสิวกว่ามันจะหมดนานมากๆๆๆๆ มีสิวลดลงแต่จุดหลักคือแก้ม มาเรื่อยๆตั้งแต่มีหัว จนอักเสบไม่มีหัว จนตอนนี้แค่อุดตันเล็กๆ

แต่ชัดสุดตอนทานสมุนไพรล้างลำไส้และระบบเลือดหนอง ทาน้ำมันดอกทานตะวัน อันนี้สิวอักเสบลดลงชัดเจนมาก ผิวดูแข็งแรงขึ้นมาก

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไร?

ผิวแข็งแรงขึ้น สิวน้อยลง สุขภาพกายและจิตของเราดีขึ้น ตัวเบา รับมือกับปัญหาได้ดี  มีสติ และมีความสุขกับสิ่งใกล้ๆตัว  สำคัญคือเรารู้สึกว่าเราอยากให้ความรู้สึกดีๆกับคนอื่น อยากให้สิ่งดีๆกะคนอื่น เราไม่โมโหง่ายๆเวลาเจอคนงี่เง่า เราจะมองมุมกลับ มองอีกมุม

จุดหลักที่ทำให้สิวหาย คืออะไร?

การล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง อันนี้ชัดและเราตั้งแต่ช่วงแรกของการทาน ประกอบกับตัวชุดเบสิค ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ตอนนี้สิวน้อยลงมากๆ แต่จะมีรอยดำอยู่ แต่ที่ชัดคือผิวดีขึ้นชัดเจนและดูแข็งแรงขึ้น

กับอีกเรื่องคือการเลิกโฟกัสสิว ปรับวิถีชีวิต เน้นกินผักสด ลดเนื้อสัตว์ และของต้องเลี่ยง ปรับจนเป็นนิสัยแล้วค่ะตอนนี้ ไม่นึกอยากกินของหวาน เบเกอรรี่นี่ไม่กินนานมากแล้ว เมื่อก่อนเดินตลาดสดจะได้ ไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด แหนม ได้พวกอาหารสำเร็จรูปพร้อมกินกลับมาเยอะแยะ แต่ตอนนี้เดินตลาดได้แค่ผักสดกะผลไม้บางอย่าง มันไม่มีอะไรที่เราอยากกินเลย ไม่นึกอยากกิน ตอนนี้ทำอาหารเองปรุงเอง

อยากให้กำลังใจรุ่นน้องอย่างไรบ้าง?

อยากบอกว่า พี่เป็นสิวมา 10 กว่าปี กินกรดวิตามิน A มาเกือบ 10 ปี ข้างในนี่หายใจออกมาร้อน  พี่รักษาแนวนี้มาแค่ 1 ปีกว่าๆชีวิตพี่เปลี่ยน ผิวดีขึ้น สุขภาพกายดีขึ้น  สุขภาพจิตดีขึ้น  มันคุ้มที่เราจะเปลี่ยน และมันดีกับเราไปตลอด มันยั่งยืน

เพิ่มอีกอย่างคือความตั้งใจ ถ้าตั้งใจมาแนวนี้อย่าเขวค่ะ มันจะมีอุปสรรคให้เราพิสูจน์ค่ะว่าเราผ่านได้มั้ย ถ้าผ่านได้นอกจากสิวหายเราได้เรียนรู้อีกหลายอย่าง ลองดูค่ะ อย่าเชื่อพี่

 “ด้วยรัก”                        

คุยกับปิ๊กได้ที่นี่นะคะ https://www.facebook.com/sujikac

                                                   

คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณนัน กทม.

สภาวะก่อนรักษาสิวแนวทางนี้
ก่อนจะมาแนวนี้นี่คือสิวเยอะมาก!!! คือจริงๆก็มีมาตลอดนะตั้งแต่เด็กเลย คือประถมนี่ก็จะมีแบบผดๆมาเรื่อยๆ พอมัธยมก็จะเริ่มเยอะขึ้นหน่อย ก็ไปหาหมอคลีนิค ไปก็ไม่หาย ไม่กินยานะคะ เน้นใช้แต่ยาทา พอไม่หายก็เลิกไป พอเข้ามหาลัยก็มี

จนพอเรียนจบถึงจริงจังกับการรักษามาก! ไปคลีนิคแบบจริงๆจังๆเลย แต่ไม่ทานยานะคะ เน้นยาทากับทำทรีทเม้นท์ หน้าคือดีค่ะ จนพอมาทำงานที่ต้องทำสลับ 2 อาทิตย์เช้า อีก 2 อาทิตย์ทำกลางคืน สักพักคุณสิวมากันแน่นเลยค่ะทีนี้!!! ที่หน้า แผ่นหลัง หน้าอก คือตรงไหนขึ้นได้คุณสิวขอจองพื้นที่เลยค่ะ หาหมอคลีนิคก็เอาไม่อยู่แล้วค่ะ ตอนนั้นคืองงมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนี่???

ที่นี้เลยลองเปลี่ยนแนวไปหาหมอแนว Homeopathy มั่ง ระหว่างนั่งรอหมอนี่แหละค่ะไปเจอหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับสิว ก็จะมีนักเขียนหลายๆคนมาเขียนเรื่องสิว เราก็ไปอ่านเจอของคุณบีมเข้าตอนนั้นก็จดชื่อบล็อคไว้ก่อน ก็พบคุณหมอไป คุณหมอบอกว่าสาเหตุที่คุณสิวมาบุกเยอะขนาดนี้เพราะเรานอนไม่เป็นเวลาร่างกายปรับตัวไม่ทัน แล้วยังไม่ได้ออกกำลังกายอีก แต่เราก็บอกหมอไปว่ามันก็คงเปลี่ยนไม่ได้อะค่ะ หมอก็บอกมันก็คงทรงๆไปแหละเราก็ตามนั้นอะค่ะ

จนพอเลิกทำแบบสลับกลางวันกลางคืนแล้ว แล้วทำตามที่หมอบอกคือออกกำลังกายให้เหงื่อออกอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ตอนนั้นเลือกไปเรียนโยคะค่ะ แล้วก็ทานยาของหมอเป็นยาน้ำใสๆนะค่ะแนว Homeopathy เค้านะค่ะ แล้วก็ทำทรีทเม้นท์ด้วยทีนี้สักพักคือหน้าคือดีค่ะ ระหว่างนี้เราก็ตามอ่านแนวทางของคุณบีมมาเรื่อยๆนะค่ะ พอหน้าเราดีละเราก็หยุดไปหาหมอละค่ะ สักพักมันก็ยังมีมาเรื่อยๆอะค่ะ ทีนี้เราก็ลองไม่หาละหมอ ตามดูคุณบีมมาสักพักละเค้ายังหายได้เราก็ต้องหายได้แบบไม่พึ่งหมอบ้างสิ!!!

ทำอะไรบ้างตอนรักษาแนวธรรมชาติ?
ตอนรักษาแนวทางนี้ก็จะเน้นเรื่องการกินอาหารมากขึ้นค่ะ จากคนที่ไม่ค่อยจะกินผักก็หันมาลองทำน้ำผักผลไม้ปั่นทานทุกเช้า ถ้าเลือกวัตถุดิบมาผสมในการปั่นดีๆนี่ก็อร่อยนะค่ะ อยากให้ทุกคนลองดูค่ะ ออกกำลังกายนี่ไปเจอโยคะแนวที่ชอบก็สนุกค่ะรักการออกกำลังกายไปเลย จากที่เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย กีฬานี่คือห่วยมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะไม่เคยเกินเกรด 2 เลยค่ะ ไม่ชอบกีฬาเอามากๆค่ะ! ยกเว้นว่ายน้ำคลองแถวบ้านปู่บ้านย่านี่ชอบมากค่ะ 555

พบอุปสรรคอะไรบ้าง แก้ยังไง?
อุปสรรคด่านแรกเลยคือเวลาค่ะ เพราะสมัยที่ยังทำงานนี่ก็ต้องมีทำโอที กลับบ้านดึก ก็ทำให้ต้องนอนดึกไปด้วย ตรงนี้คือแก้ไม่ได้ค่ะ ต้องทำใจค่ะ

อุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างคือนิสัยการกินค่ะ เป็นพวกสายแป้งค่ะ ชอบมากค่ะ ขนมปัง เบเกอรี่ ขนมหวานต่างๆนี่ คือแบบเห็นแล้วอดใจไม่ไหวตลอดๆ แก้ไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่ก็กินน้อยลงจากเมื่อก่อนมากนะค่ะ พอเริ่มรู้ว่ากินไปแล้วผลมันเป็นยังไงก็จะเริ่มๆเฟสตัวเองออกมา แบบไหนที่เคยกินแล้วรู้รสชาติแล้วก็จะเฉยๆค่ะ ไม่ได้อยากกินแล้ว แต่ถ้าอะไรแปลกใหม่มาถึงจะยั่วเราได้บ้างค่ะ 555

เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ต้องบอกก่อนนะค่ะว่าเป็นแนวปฏิบัติสายชิว คือเราปฏิบัติแนวนี้มาเรื่อยๆ ไม่ได้จริงจังเวอร์ ก็ยังมีนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา ขับถ่ายไม่ได้ทุกวัน ยังกินจั๊งฟู๊ดบ้าง ขนมหวานก็มา ก็เรื่อยเปื่อยอะค่ะ แต่น้ำปั่นกับโยคะนี่คือสม่ำเสมอมากค่ะเกือบทุกวัน เพราะชอบค่ะ คือทำอย่างนี้มา 4 ปี หน้าก็จะไม่ได้ดีเวอร์ ยังมีสิวบ้างนิดหน่อย แต่คือถ้าเทียบกับสมัยทำงานเป็นกะนี่คือมาไกลมากค่ะ!!!เราก็เลยพอใจแล้วละ

จุดเปลี่ยนจริงๆคือตอนท้องค่ะ เป็นคนที่แปลกนิดนึง ปกติคนท้องมักจะสิวขึ้นใช่ไหมค่ะ แต่เราพอท้องแล้วคุณสิวหายเกลี้ยงเลยค่ะ ทุกคนจะทักเกี่ยวกับผิวหน้าหมด คือหน้าเกลี้ยงผิวดีขึ้นแบบชัดเจนจนสังเกตได้ไงค่ะ แต่ช่วงท้องนี่บอกเลยว่าเน้นเรื่องการกินมาก!!! นอกจากน้ำผักผลไม้ปั่นแล้ว ยังกินสลัดผักอีก อาหารก็จะเน้นสิ่งดีๆมีประโยชน์ น้ำปั่นนี่ทานเช้าเย็นเลยนะค่ะ คาดว่าน่าจะจากตรงนี้ที่ทำให้หน้าเราดีชัดเจน ระบบขับถ่ายก็ดีไปด้วย ช่วงท้องนี่ถ่ายทุกวันจริงๆค่ะ เป็นเวลาด้วย ที่สำคัญไม่เครียดด้วยค่ะ เพราะตอนท้องนี่ทุกคนจะปฏิบัติกับคุณแบบสเปเชี่ยลนิดนึง 555

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ปัจจุบันคุณสิวเริ่มมาเยี่ยมเยียนบ้างแล้วค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเค้าหรอกนะค่ะ เพราะเราเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงกลับมาหาเราอีกครั้งค่ะ 555 เหตุเกิดจาก 3-4 ปีที่ผ่านมานี่เราไม่เคยได้นอนเป็นเวลาเลย กินข้าวก็ไม่เป็นเวลา คนที่มีลูกอ่อนจะเข้าใจดีค่ะ ออกกำลังกายนี่คือยากมากค่ะ พอจะเริ่มโยค่ะคุณลูกก็มาแย่งเสื่อแม่อีก! จบค่ะ!!! คุณสิวถึงได้เริ่มมาเยือนประมาณช่วงปลายปีที่แล้วอะค่ะ ถือว่าใช้เวลานานอยู่นะค่ะกว่าคุณสิวจะมาเยือนอีกครั้งนี่!!! 555 อาจเป็นเพราะเรื่องอาหารที่เราก็ยังทานเหมือนเดิมไงค่ะ ยังทานน้ำผักผลไม้ปั่นเกือบทุกเช้า ขนมถุงๆ น้ำอัดลม นี่คือเลิกกินไปตั้งแต่ตอนท้องแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้กินกันเลยทั้ง พ่อ แม่ ลูก เลยเป็นอานิสงส์ให้คุณสิวมาเยือนช้าหน่อย 😊

จุดหลักที่ทำให้สิวหายคืออะไร?
ต้องบอกเลยว่าสิวหายเพราะท้องจริงๆค่ะ อาจจะแปลกกว่าคนอื่นตรงนี้ แต่กว่าจะท้องเราก็ปฏิบัติสายนี้มาก่อนจนหน้าเราเริ่มดีขึ้นมากแล้วแค่ไม่ได้หายเกลี้ยงไงค่ะ เพราะเราเดินทางสายชิวอันไหนทำได้เราก็ทำ เอาที่สบายใจที่จะทำอะค่ะ ผลที่ได้ก็ตามสิ่งที่ทำแหละค่ะ 😊

อยากให้กำลังใจอะไรกับรุ่นน้อง
ถ้าเลือกจะมาทางนี้แล้วก็ขอให้ทำไปเถอค่ะ อันไหนทำได้ก็ทำค่ะ ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด แต่ถ้าใครเป็นสายฮาร์ดคอร์ก็ยินดีด้วยค่ะ คุณจะเห็นผลเร็วกว่าคนอื่นค่ะ แต่ถ้าไม่ไหวมาเดินทางสายชิวแบบเราได้นะค่ะ ค่อยๆเริ่มค่อยๆปรับไปค่ะ หาทางที่มันใช่สำหรับเรา ทางที่เราไม่ต้องฝืน ทำแบบสบายๆ ผลลัพธ์มันมาแน่นอนค่ะ แต่แค่อาจจะไม่ทันใจไงค่ะ แต่อย่าลืมนะค่ะว่ากว่าคุณสิวจะมาหาคุณนี่คุณผ่านอะไรมาบ้าง? คุณทำอะไรกับตัวคุณเองมาบ้าง? สะสมมาเท่าไหร่แล้ว? ลองนึกกันดูดีๆนะ มันต้องมีเหตุค่ะไม่งั้นคุณสิวเค้าไม่มาเยี่ยมเยียนกันหรอกค่ะ 555 กว่าเค้าจะมายังใช้เวลาจะให้เค้าไปก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันค่ะ เรานี่ไม่ได้เจอคุณสิวมา 3 ปี แต่สร้างเหตุที่จะทำให้พบกับคุณสิวไว้เยอะในที่สุดคุณเค้าก็กลับมาหาได้อีกเห็นไหมค่ะ! แต่อย่าไปซีเรียสค่ะ คุณเค้ามาได้เค้าก็กลับไปได้ค่ะ!!!
ช่วงที่มีสิวขับพิษก็อย่าไปโฟกัสกับคุณสิวเค้ามากค่ะ ใครมาทักก็ปล่อยผ่าน ทำเบลอ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปค่ะ เดี๋ยวพอเราหน้าดีขึ้นเค้าก็มาทักอีกแหละค่ะ 555

อยากให้ทุกคนลองดูคุณแม่เกด(คุณแม่ของคุณบีม)เป็นตัวอย่างนะค่ะ (ที่เพจ Long Do Ter – บีม) เมื่อก่อนคุณแม่ก็ผิวแย่มากนะค่ะแต่ทุกวันนี้ท่านผิวดีขึ้นเยอะมาก แล้วท่านวัยเกษียณแล้วนะค่ะผิวท่านยังฟื้นฟูได้ขนาดนี้ ทุกคนที่ได้มาอ่านบทความนี้คาดว่าคงไม่มีใครอายุมากกว่าท่านแน่นอน ยังไงผิวและระบบต่างๆในร่างกายย่อมฟื้นฟูได้เร็วกว่าท่านแน่นอนค่ะ ขอแค่เริ่มค่ะ อย่าท้อนะค่ะ ค่อยๆเปลี่ยนให้มันเป็นสิ่งที่คุณทำมันได้ทุกวันแบบไม่ต้องมาฝืน ไม่ต้องมาใช้คำว่าอดทนทำไป เพราะถ้าแบบนั้นมันมีวันที่ตะบะแตกแน่นอนค่ะ แต่ถ้าเราค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปแบบนี้มันยั่งยืนกว่าค่ะ แล้วก็รู้สึกดีกว่าด้วยค่ะ

อยากจะบอกว่าผลพวงของการเดินสายนี้คือตั้งแต่คลอดลูกมานี่ 3-4 ปีแล้ว อดหลับอดนอนแค่ไหนเราก็ไม่เคยป่วยเลยนะค่ะ ยกเว้นครั้งเดียวที่ลูกป่วยแล้วเราติดลูกมาค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ติดอีกแล้วนะค่ะ สุขภาพแข็งแรงมากค่ะถึงแม้จะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็เถอะ! เห็นไหมค่ะเดินทางสายนี้นอกจากจะบอกลาคุณสิวได้แล้ว ยังได้สุขภาพที่แข็งแรงเป็นของแถมด้วยนะค่ะ

อย่าลืมนะค่ะคุณสิวมาได้คุณสิวเค้าก็ไปได้นะค่ะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นสัจธรรมจริงๆค่ะ 😊

ถ้าพร้อมแล้วก็ลงมือทำกันเลยค๊าาาาาาา 😊